‘ทักษิณ’ ตั้งวงคุย นักลงทุน ดันไทยสู่ฮับ พัฒนาทุนสำรองบิตคอยน์แห่งอาเซียน
เว็บไซต์ยาฮูรายงานว่า ผู้บริหารจากสมาคมนานาชาตินำโดยบริษัทลงทุนชั้นนำ Sora Ventures, UTXO Management, Nakamoto, Moon Inc และ Kliff Capital ได้เข้าพบหารือกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ที่กรุงเทพฯ เพื่อผลักดันบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการพัฒนาทุนสำรองสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง บิตคอยน์ ในระดับอาเซียน ที่จะมีมูลค่า 3.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
กลุ่มสมาคมฯนี้กำลังต่อยอดจากโมเดลที่เคยทดสอบมาแล้วในประเทศญี่ปุ่น ผ่านบริษัท Metaplanet ซึ่งถูกเรียกขานว่าเป็น Strategy เวอร์ชันเอเชีย (เดิมชื่อ MicroStrategy) ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนส่วนหนึ่งของทุนสำรองของบริษัทเป็น บิตคอยน์ ในปี 2024 โดยมี Sora Ventures เป็นผู้สนับสนุนหลัก ส่งผลให้มูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการยืนยันถึงประสิทธิภาพของการจัดสรรบิตคอยน์อย่างเป็นระบบในทุนสำรองของภาคธุรกิจ ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นกลยุทธ์ที่ Sora เรียกว่า “MicroStrategy 2.0” อันเป็นแนวทางที่ผสมผสานระหว่างการถือครองบิตคอยน์โดยตรงกับผลิตภัณฑ์สร้างผลตอบแทนแบบมีโครงสร้าง ซึ่งมุ่งเป้าต่อทั้งนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อย
การหารือที่กรุงเทพฯ มุ่งเน้นไปที่การทำให้ความริเริ่มการบริหารทุนสำรองของภาคธุรกิจสอดคล้องกับนโยบายระดับชาติ โดยนายทักษิณกล่าวเน้นย้ำว่า การสร้างทุนสำรองสินทรัพย์ดิจิทัลโดยใช้บิตคอยน์เป็นฐานนั้น อาจช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงินระยะยาวของไทย ส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง และดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจน
ข่าวระบุว่า การมีส่วนร่วมของนายทักษิณในการเชื่อมโยงกลยุทธ์ด้านสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ากับความทะเยอทะยานด้านนโยบายระดับอาเซียนนั้น เนื่องจากนายทักษิณดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของรัฐบาลมาเลเซีย ซึ่งเป็นประธานอาเซียนในขณะนี้ ขณะที่กลุ่มสมาคมฯเห็นว่าการผสมผสานบิตคอยน์เข้ากับกลยุทธ์บริหารทุนสำรองแบบรัฐอธิปไตยนั้นสามารถสร้างความแข็งแกร่งและเปิดทางสู่ความทันสมัยให้กับเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีประชากรมากกว่า 680 ล้านคนได้
การหารือครั้งนี้ยังเกิดขึ้นในขณะที่ AsiaStrategy ซึ่งเกิดจากการควบรวมกิจการระหว่าง Sora Ventures กับบริษัทTop Win ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq กำลังเร่งขยายตัวในตลาดหลักทรัพย์ทั่วเอเชีย โดยกลุ่มนี้ได้ดำเนินการเข้าซื้อกิจการของบริษัทจดทะเบียนในไทยและเกาหลีใต้ เพื่อนำบริษัทเหล่านั้นมาใช้เป็นเครื่องมือในการจัดสรรบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์สำรอง
ทั้งนี้ประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ มีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกันมากกว่า 3.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงขนาดของทุนสำรองที่กลยุทธ์การถือครองบิตคอยน์ในลักษณะทุนสำรองรัฐสามารถเข้าไปมีบทบาทได้
ความริเริ่มที่กรุงเทพฯนี้ยังถือเป็นก้าวแรกของการสร้างความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่างผู้นำการเมืองไทยกับกลุ่มพันธมิตรด้านสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ทุนสำรอง โดยไทยอาจก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางของอาเซียนด้านการบริหารทุนสำรองด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล โดยอาศัยการลงทุนจากต่างประเทศและความชัดเจนของกฎระเบียบภายในประเทศได้

