People in Focus : ส่องกลไก ‘ความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO)’
ในวันที่ 31 สิงหาคม และ 1 กันยายนที่จะถึงนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนจะต้อนรับผู้นำจากกว่า 20 ประเทศ รวมถึงรัสเซียและอินเดีย ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศ 10 แห่งอย่างสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และอาเซียนเข้าร่วมประชุมสุดยอด “องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้” (Shanghai Cooperation Organization: SCO) โดยจะจัดขึ้นที่นครเทียนจิน เมืองท่าสำคัญในทางตอนเหนือของประเทศ นับเป็นครั้งที่ 5 ที่จีนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมภายใต้หัวข้อ ‘ปีการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ SCO’
SCO มีจุดกำเนิดมาจากกลุ่ม ‘เซี่ยงไฮ้ ไฟฟ์’ ก่อตั้งขึ้นในปี 1996 โดยมีรัสเซีย จีน คาซัคสถาน คีร์กีซสถานและทาจิกิสถานเป็นสมาชิก ต่อมาในปี 2001 ได้พัฒนามาเป็นองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) อย่างเป็นทางการ โดยมีอุซเบกิสถานเข้าร่วม ปัจจุบัน SCO มีสมาชิก 10 ประเทศ ผู้สังเกตการณ์ 2 ประเทศและคู่เจรจา 14 ประเทศ ภายใต้ “เจตนารมณ์เซี่ยงไฮ้” ที่ยึดมั่นในความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ความเคารพต่อกัน ความเสมอภาค ความเคารพในอารยธรรมที่หลากหลายและการแสวงหาการพัฒนาร่วมกัน
SCO มีความร่วมมือในหลากหลายด้านตั้งแต่การเมืองารค้าและเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วัฒนธรรม การศึกษา พลังงาน การขนส่ง การท่องเที่ยว ไปจนถึงการปกป้องสิ่งแวดล้อม พิเพิลเดลี่รายงานว่า สำนักบริหารศุลกากรทั่วโลกของจีนเปิดเผยว่า ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ มูลค่าการนำเข้าและส่งออกระหว่างจีนและประเทศสมาชิก SCO มีมูลค่ารวม 21.1 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบปีที่ผ่านมาและเป็นมูลค่าสูงสุดของ SCO สะท้อนให้เห็นว่า SCO ได้กลายเป็นกลไกความร่วมมือสำคัญของภูมิภาค
นายหลิว ปิน ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศจีน กล่าวว่า การประชุมสุดยอดในครั้งนี้จะเป็นการประชุมที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่ SCO ก่อตั้งมา โดยจะมีการลงนามในแถลงการณ์เทียนจิน ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาของ SCO ใน 10 ปีข้างหน้า การออกแถลงการณ์การได้รับชัยชนะในสงครามต่อต้านฟาสซิสต์ รวมถึงในโอกาสครบรอบ 80 ปีการก่อตั้งยูเอ็น ทั้งยังมีการหารือทวิภาคีระหว่างการประชุมสุดยอดอีกด้วย
เป็นที่น่าจับตาถึงผลการประชุมที่จะเกิดขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ว่าช่วยส่งเสริมแนวคิด “การสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ” ของจีนได้อย่างไรบ้าง

