โฟกัสโลกรอบสัปดาห์: เจาะประชุมอุตสาหกรรมวัฒนธรรม เครื่องยนต์ใหม่กระตุ้นศก.APEC 2025
หนึ่งในการประชุมที่สำคัญที่สุดในปฏิทินประจำปีสำหรับเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศคือ การประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก หรือ เอเปค ที่ปีนี้สาธารณรัฐเกาหลีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม โดยได้เลือกเมืองคยองจู ในจังหวัดคยองซังเหนือเป็นสถานที่จัดการประชุม แต่ความพิเศษของกรอบการประชุมเอเปคในปีนี้ คือเป็นครั้งแรกที่ 21 เขตเศรษฐกิจเอเปคจะมีการประชุมระดับสูงด้านอุตสาหกรรมวัฒนธรรม ภายใต้แนวคิด “New Horizons for Prosperity” ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อเปิดเวทีให้เกิดการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือในด้านอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ในหมู่ประเทศสมาชิกเอเปค ท่ามกลางการพัฒนาด้านเทคโนโลยีใหม่อย่าง ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ
การประชุมระดับสูงด้านอุตสาหกรรมวัฒนธรรม (HLD-CCI) ระหว่างวันที่ 26 – 28 สิงหาคมที่ผ่านมา ยังเป็นการเน้นย้ำให้เห็นถึงศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมวัฒนธรรม ในการเป็นตัวขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ที่นำไปสู่การจ้างงานและการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ภายในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ภายใต้หัวข้อหลักของการประชุมเอเปค 2025 เกาหลีใต้ คือ “เสริมสร้างวันพรุ่งนี้ที่ยั่งยืน เชื่อมโยงอย่างมีนวัตกรรม นำสู่ความรุ่งเรืองร่วมกัน”
นายแช ฮวี-ย็อง รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประธานการประชุม พูดถึงความสำคัญของการจัดประชุมระดับสูงด้านอุตสาหกรรมวัฒนธรรมครั้งแรกของเอเปคว่า เอเปคเป็นกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในการประชุมครั้งก่อนๆ ที่ประชุมเอเปคมีการหารือเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล การค้า และพลังงานแล้ว แต่ขณะนี้ทุกคนเริ่มเล็งเห็นถึงคุณค่าของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมว่าเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดการจ้างงานที่มากขึ้น ท่ามกลางการพัฒนาทางเทคโนโลยีดิจิทัล อาทิ เอไอ การประชุมนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านวัฒนธรรมในบรรดาเขตเศรษฐกิจเอเปค ในปีที่แล้ว เกาหลีใต้ได้กำหนดให้วัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์เป็นตัวขับเคลื่อนใหม่เพื่อมุ่งไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน จึงเสนอให้มีการประชุมระดับสูงในกรอบนี้ขึ้น สมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปคก็ให้ความสนใจ จึงเป็นที่มาของการประชุมในครั้งนี้ ส่วนการเลือกเมืองคยองจูเป็นสถานที่จัดการประชุมยังตรงกับธีมของการประชุม สื่อให้เห็นถึงเจตนารมน์ของเกาหลีใต้ที่จะชูเรื่องมรดกทางประวัติศาสตร์ของคยองจู ให้เป็นตัวขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในการกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง
การประชุมระดับสูงด้านอุตสาหกรรมวัฒนธรรมมีการหารือใน 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ ความเชื่อมโยง นวัตกรรม และความเจริญร่วมกัน เป็นโอกาสให้เขตเศรษฐกิจเอเปคได้แบ่งปันแนวคิดที่จะขยายกรอบความร่วมมือในด้านวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ เป็นโอกาสให้มีการหารือเรื่องนโยบายในด้านเอไอ รวมถึงแบ่งปันแนวทางการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการขับเคลื่อนนวัตกรรมของตัวเอง เป็นโอกาสให้เขตเศรษฐกิจเอเปคเห็นถึง “know how” เพื่อนำองค์ความรู้ แบบอย่างของประเทศอื่นๆ ไปประยุกต์ใช้ แน่นอนว่าแต่ละเขตเศรษฐกิจเอเปคต่างมี “ของดี” ด้านวัฒนธรรมของตัวเองที่สามารถนำเสนอแบ่งปันองค์ความรู้ได้ เช่นในส่วนของเกาหลีใต้ที่เป็นเจ้าภาพเอเปคในปีนี้ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นใหญ่ที่สุดของโลกในด้านการโปรโมทวัฒนธรรม หรือ soft power ผ่านซีรีย์เกาหลี ภาพยนตร์ หรือเพลงเกาหลี (K-POP) ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก รวมถึงในไทยด้วย
สิ่งที่สัมผัสได้จากการประชุมครั้งนี้ หนึ่งในประเด็นที่มีการพูดถึงมากที่สุดคือการใช้เทคโนโลยีใหม่อย่าง เอไอ ในการผลักดันภาคอุตสาหกรรมวัฒนธรรม โดยเอไอเข้ามามีส่วนในการผลิตคอนเทนต์ต่างๆ มากขึ้นในปัจจุบัน แม้หลายคนจะกังวลถึงผลกระทบของเอไอที่อาจเข้ามาแย่งตำแหน่งงานในวงการผลิตเนื้อหาภาพยนตร์หรือวิดีโอได้ ควอน ฮันซิล ผู้กำกับภาพยนตร์เอไอ ผู้เป็นซีอีโอของบริษัท Studio Freewillusion ร่วมให้ความเห็นว่าในอุตสาหกรรมการผลิตคอนเทนต์ เอไอถือเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่หากเราไม่เปิดรับเทรนด์ใหม่ เราจะตกขบวนกลายเป็นผู้ตามทันที แน่นอนว่าเรื่องการใช้เอไอจะต้องมีการออกกฎหมายหรือกรอบการทำงานในด้านการผลิตผลงานโดยใช้เอไอ ซึ่งพระราชบัญญัติกรอบการทำงานของเอไอของเกาหลีใต้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคมปีหน้า แน่นอนว่าเอไอเป็นเทคโนโลยีที่เราจะต้องพัฒนาต่อไปแถมยังต้องอยู่กับเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คล้ายกับการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ในอดีต จนมีความทันสมัยและความสามารถมากขึ้นเช่นในปัจจุบัน ด้านนายอี คโยกู หัวหน้าฝ่ายวิจัยเทคโนโลยีของสถาบันปัญญาประดิษฐ์ และซีอีโอของบริษัท Supertone มองว่าวัฒนธรรมและคนผลิตคอนเทนต์จะเป็นตัวกลางในการสื่อสารและทำลายกำแพงภาษาระหว่างกัน และเชื่อว่าเอไอจะไม่เข้ามาแทนความคิดของผู้คนแต่เป็นเครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ผลิตคอนเทนต์
แถลงการณ์ร่วมของที่ประชุมระดับสูงด้านอุตสาหกรรมวัฒนธรรม กล่าวถึงการรับรู้ศักยภาพของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในเอเปคและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมรวมถึงกระตุ้นเม็ดเงินลงทุน การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลอย่าง เอไอ ในการผลักดันขอบเขตความคิดสร้างสรรค์ให้หลุดจากกรอบเดิม เปิดประตูสู่การเข้าถึงวัฒนธรรมใหม่ๆ ผู้คนใหม่ๆ รวมถึงยอมรับความจำเป็นที่จะต้องใส่ใจความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วในโลกปัจจุบัน หนึ่งในผลของการประชุมที่สำคัญคือจะมีการผลักดันให้การประชุมนี้เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อสานต่อการหารือ พูดคุยในเรื่องอุตสาหกรรมวัฒนธรรมมากขึ้น เพราะวัฒนธรรมยังเป็นกลไกที่ดีในการรวมผู้คนเข้าด้วยกัน เปิดรับความหลากหลาย และกระตุ้นความคิดใหม่ๆ ที่ทั้งไทยและต่างประเทศอาจเป็นต้นแบบให้กับคนอื่นๆ
การประชุม HLD-CCI ครั้งนี้จึงเป็นหมุดหมายสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านวัฒนธรรมในเขตเศรษฐกิจเอเปค เพื่อมุ่งไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันตามคำขวัญของการประชุมเอเปคในปีนี้

