โลกเสรี? มะกันไม่ให้วีซ่าอับบาส-80จนท.ปาเลสไตน์ หลังหลายชาติจ่อรับรองเข้า UN
สหรัฐระบุว่า จะไม่อนุญาตให้ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ของปาเลสไตน์ เดินทางไปยังนครนิวยอร์กในเดือนกันยายน เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ครั้งที่ 80 ร่วมกับผู้นำโลกที่สำนักงานใหญ่ UN ซึ่งหลายชาติพันธมิตรของสหรัฐเตรียมรับรองสถานะความเป็นรัฐของปาเลสไตน์
เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า อับบาสและชาวปาเลสไตน์อีกประมาณ 80 คน จะได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจปฏิเสธและเพิกถอนวีซ่าของสมาชิกองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ และองค์กรปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์
การประชุม UNGA ที่กำลังจะมีขึ้นในปลายเดือนกันยายน มีหลายประเทศที่เป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐ อาทิ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และแคนาดา ได้ให้คำมั่นว่าจะรับรองรัฐปาเลสไตน์อย่างเป็นทางการ ขณะที่อับบาสวางแผนที่จะเข้าร่วมการประชุม UNGA ในปีนี้
สำนักงานของอับบาสกล่าวว่ารู้สึกประหลาดใจกับการตัดสินใจเรื่องวีซ่าของสหรัฐ พร้อมกับกล่าวว่าการดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการละเมิด “ข้อตกลงสำนักงานใหญ่” ของ UN
ทั้งนี้ ภายใต้ “ข้อตกลงสำนักงานใหญ่” ของ UN ปี 1947 สหรัฐจะต้องอนุญาตให้นักการทูตต่างชาติเข้าไปยัง UN ในนิวยอร์ก อย่างไรก็ดี สหรัฐอ้างว่าสามารถปฏิเสธที่จะออกวีซ่าให้ได้ ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง ความรุนแรง และนโยบายต่างประเทศ
นาบิล อาบู รูเดเนห์ โฆษกของอับบาส เรียกร้องให้สหรัฐพิจารณาการตัดสินใจใหม่ เราเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐยกเลิกการตัดสินใจนี้ ซึ่งขัดแย้งกับกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะข้อตกลงสำนักงานใหญ่ระหว่าง UN และสหรัฐอเมริกา ซึ่งห้ามมิให้ขัดขวางคณะผู้แทนของชาติสมาชิก UN เดินทางเข้าประเทศ
รัฐมนตรีต่างประเทศยุโรปหลายคนที่เดินทางเข้าร่วมการประชุมสหภาพยุโรป (อียู) ที่กรุงโคเปนเฮเกนเมื่อวันเสาร์ ได้วิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของสหรัฐดังกล่าว โดยคายา คัลลาส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของอียู กล่าวว่า รัฐมนตรีต่างประเทศอียูเรียกร้องให้สหรัฐทบทานการตัดสินใจที่ไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าปาเลสไตน์เข้าร่วมประชุม UNGA ที่นิวยอร์ก ด้านฌอง-โนเอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส กล่าวว่า เราไม่สามารถจำกัดการเข้าถึง UNGA ได้
นายเปโดร ซานเชส นายกรัฐมนตรีสเปน ระบุผ่านแถลงการณ์ว่า เขาได้พูดคุยกับอับบาสเพื่อแสดงการสนับสนุนของสเปน และเขาว่าการตัดสินใจเรื่องวีซ่าครั้งนี้ไม่ชอบธรรม เพราะปาเลสไตน์มีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นของตนใน UN และในเวทีระหว่างประเทศทุกแห่ง
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐได้ให้เหตุผลในการตัดสินใจดังกล่าว โดยย้ำข้อกล่าวหาที่มีมายาวนานของสหรัฐและอิสราเอลที่ว่า องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (PA) และองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) ไม่สามารถปฏิเสธแนวคิดสุดโต่งได้ ขณะเดียวกันก็ผลักดันให้มีการรับรองรัฐปาเลสไตน์โดยฝ่ายเดียว
กระทรวงระบุด้วยว่า การเรียกร้องให้ PLO และ PA รับผิดชอบต่อการไม่ปฏิบัติตามพันธกรณี และบ่อนทำลายโอกาสแห่งสันติภาพนั้น เป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ อย่างไรก็ดีภารกิจของปาเลสไตน์ใน UN ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ที่ประจำการอยู่ที่นั่นอย่างถาวร ไม่รวมอยู่ในข้อจำกัดดังกล่าว
ด้านเจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์ปฏิเสธข้อกล่าวหาของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ และยังบอกด้วยว่าการเจรจาไกล่เกลี่ยโดยสหรัฐตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ล้มเหลวในการยุติการยึดครองของอิสราเอล และรักษารัฐปาเลสไตน์ที่เป็นอิสระ
นายสเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษก UN กล่าวว่า จะหารือเกี่ยวกับปัญหาวีซ่ากับกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐต่อไป
ด้านกิเดียน ซาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอล ยินดีกับการตัดสินใจของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ทั้งนี้ อิสราเอลและสหรัฐรู้สึกไม่พอใจที่ชาติพันธมิตรตะวันตกหลายประเทศ ให้คำมั่นว่าจะรับรองรัฐปาเลสไตน์ในการประชุม UNGA ในเดือนกันยายนนี้
การประกาศคำมั่นสัญญาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจต่อการโจมตีของอิสราเอลในฉนวนกาซา ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปหลายหมื่นคนและก่อให้เกิดวิกฤตความอดอยาก นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความโกรธแค้นต่อการสร้างนิคมของอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นจุดที่มีศักยภาพที่จะกลายเป็นศูนย์กลางของรัฐปาเลสไตน์ในอนาคต
ประเทศสมาชิกสหประชาชาติอย่างน้อย 147 ประเทศ จากทั้งหมด 193 ประเทศ ได้ให้การรับรองรัฐปาเลสไตน์แล้ว ชาวปาเลสไตน์มีสถานะผู้สังเกตการณ์ในสหประชาชาติ เช่นเดียวกับนครรัฐวาติกัน
อย่างไรก็ดี สหรัฐอเมริกากล่าวว่าการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ จะทำได้ผ่านการเจรจาตรงระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์เท่านั้น

