ไอเอ็มเอฟ ชี้ศก.กัมพูชาปี 2568 โต 4.8% ต่ำกว่าเขมรคาด ผลจากภาษีทรัมป์-ความตึงเครียดชายแดน
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจกัมพูชาในปี 2568 จะเติบโตราว 4.8% ซึ่งต่ำกว่าที่รัฐบาลกัมพูชาคาดการณ์เอาไว้เมื่อช่วงกลางปีว่าจะโตราว 5%
การคาดการณ์ดังกล่าวถูกนำเสนอในระหว่างการประชุมเพื่อสรุปการประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคและการเงินสาธารณของกัมพูชาสำหรับปี 2568 ซึ่งมีนายอูน พันธ์มุนีรัตน์ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังของกัมพูชา เป็นประธานการประชุมร่วมกับคณะทำงานของไอเอ็มเอฟที่มีนายเคนอิจิโร คาชิวาเสะ เป็นหัวหน้าคณะ ที่กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 2 กันยายน
ไอเอ็มเอฟระบุว่าเศรษฐกิจกัมพูชาในปีนี้จะโตราว 4.8% ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบจากความไม่แน่นอนของการค้าโลกที่มีอยู่สูง การบังคับใช้ภาษีตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐ และความตึงเครียดของสถานการณ์ตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทยที่ยังคงอยู่
อย่างไรก็ตามจากการประเมินของไอเอ็มเอฟ แม้ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจของกัมพูชายังคงมีความยืดหยุ่นและสามารถรักษาขับเคลื่อนการเติบโตไว้ได้ในปี 2568 และในระยะกลาง แต่ประเทศยังคงเผชิญกับความเสี่ยงสำคัญหลายประการ ได้แก่ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยาวนาน การลดลงของการจัดหาเงินทุนแบบผ่อนปรน ความตึงเครียดของสถานการณ์ชายแดนกับไทยที่ยังคงอยู่ซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้า และแรงกดดันจากภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นในภาคการเงิน
ขณะเดียวกันหัวหน้าคณะทำงานของไอเอ็มเอฟเน้นย้ำว่า เศรษฐกิจกัมพูชาคาดว่าจะยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะปานกลาง แต่กัมพูชายังจำเป็นต้องเร่งดำเนินการปฏิรูปและบังคับใช้นโยบายที่เฉียบคม มีประสิทธิภาพและทันเวลา หนึ่งในนโบายเหล่านั้นคือการระดมรายได้ภาครัฐที่ยังคงมีความสำคัญเพื่อเสริมสร้างฐานะทางการคลังของประเทศ ขณะเดียวกันรัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินมาตรการเชิงรุก การเพิ่มผลิตภาพและศักยภาพของแรงงาน การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และการกระจายความหลากหลายทางเศรษฐกิจผ่านนโยบายผสมผสานระหว่าง การคลัง การเงิน และการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง

