ศาลฟินแลนด์ ฟันโทษจำคุก 3 ปีครึ่ง ซีอีโอบ.เบอร์รี่ จ่ายชดเชยกว่า 22.5 ล้านบ. ฐานค้ามนุษย์ แรงงานไทย
เดลีฟินแลนด์ สื่อของฟินแลนด์ รายงานเมื่อวันที่ 5 กันยายนว่า ศาลแขวงแลปแลนด์ ของฟินแลนด์ ได้ตัดสินโทษจำคุกเป็นเวลา 3 ปีครึ่ง ต่อนายเวอร์นู วาซุนตา อายุ 51 ปี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร(ซีอีโอ) ของ Kiantama บริษัทเบอร์รี่รายใหญ่ที่สุดของฟินแลนด์ พร้อมกับสั่งห้ามเขาประกอบธุรกิจใดๆ จนถึงปี 2029 จากความผิดรวม 62 กระทง ฐานค้ามนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับการกดขี่ใช้แรงงานไทยหลายสิบคน
นอกจากนี้ ศาลแขวงแลปแลนด์ยังสั่งลงโทษจำคุก 3 ปีต่อ กัลยกร พงษ์พิศ ผู้ประสานงานชาวไทย ในข้อหาเดียวกัน โดยศาลยังสั่งให้จำเลยทั้ง 2 ในคดีนี้ร่วมกับบริษัท Kiantama จ่ายเงินชดเชยรวมกว่า 600,000 ยูโร หรือประมาณกว่า 22.5 ล้านบาท ให้แก่แรงงานไทยที่เป็นผู้เสียหาย ตลอดจนชำระค่าดำเนินการทางกฎหมายในคดีนี้ทั้งหมดด้วย
ตามคำพิพากษาของศาลระบุว่า แรงงานเก็บเบอร์รี่ชาวไทยที่ถูกว่าจ้างให้มาเก็บผลไม้ในฤดูเก็บเกี่ยวในปี 2022 นั้น ได้ถูกหลอกลวงเกี่ยวกับโอกาสด้านรายได้และสภาพความเป็นอยู่ในการมาทำงานที่ประเทศฟินแลนด์ แต่เมื่อแรงงานไทยดังกล่าวมาถึงแล้ว กลับต้องเผชิญกับสภาพการทำงานที่เข้าข่ายแรงงานบังคับ โดยแต่ละคนต้องเก็บเบอร์รี่ให้ได้ระหว่าง 2,400-4,000 กิโลกรัม ตลอดช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวราว 10 สัปดาห์ ซึ่งแรงงานไทยเหล่านี้แต่ละคนจะได้รับเงินค่าจ้างเหลือเพียงไม่กี่ร้อยยูโร หลังจากหักค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าที่พักและค่าพาหนะแล้ว
คำพิพากษายังระบุว่า พาสปอร์ตหรือหนังสือเดินทางของแรงงานมักถูกหัวหน้าเก็บไว้ และหลายคนต้องลงนามในสัญญาเป็นหนี้ก่อนเดินทางมาถึงฟินแลนด์ ทำให้พวกเขาตกอยู่ในสภาพที่ต้องพึ่งพาทางการเงินและการเดินทางจากบริษัท ทำให้แรงงานไทยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำงานภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
ด้านทีมกฎหมายของฝ่ายจำเลยระบุว่า จะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าว ขณะที่มีรายงานว่า วาซุนตา ได้ลาออกจากตำแหน่งในคณะกรรมการและฝ่ายบริหารของบริษัท Kiantama แล้วโดยมีผลทันที แม้คดีจะยังไม่เป็นที่สิ้นสุดก็ตาม
คำตัดสินที่เป็นเอกฉันท์นี้ของศาลแขวงแลปแลนด์จะทำให้ฟินแลนด์ต้องกลับมาพิจารณาระบบแรงงานตามฤดูกาลและความเสี่ยงของแรงงานต่างชาติในอุตสาหกรรมเก็บเบอร์รี่ป่าอีกครั้ง โดยสถานการณ์ของแรงงานต่างชาติเก็บผลเบอร์รี่นั้นเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมมานาน หลังจากเกิดกรณีอื้อฉาวและมีการสอบสวนของตำรวจหลายครั้ง ซึ่งนำไปสู่การตั้งข้อหาดำเนินคดีค้ามนุษย์กับบริษัทอุตสาหกรรมเบอร์รี่หลายแห่ง
ในปี 2024 ฟินแลนด์ได้ปฏิรูปกฎหมายแรงงาน โดยกำหนดให้แรงงานต่างชาติจะต้องได้รับสัญญาจ้างงานและเงินเดือนอย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านั้นในปี 2022 ศาลสูงสุดฟินแลนด์ได้ตัดสินจำคุกเจ้าของบริษัทเบอร์รี่รายหนึ่ง เป็นเวลา 1 ปี 10 เดือน ซึ่งเป็นหนึ่งในคดีค้ามนุษย์แรกๆ ของประเทศที่ฟ้องผู้ซื้อเบอร์รี่
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมเบอร์รี่ป่าของฟินแลนด์ ถูกระบุว่ามีรากฐานจาก “สิทธิของทุกคน” ซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเก็บผลไม้ป่าตามธรรมชาติได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของที่ดิน ยกเว้นพื้นที่ใกล้บ้านเรือนส่วนตัว จนถึงปี 2005 บริษัทต่าง ๆ ยังพึ่งพาแรงงานท้องถิ่นเป็นหลัก แต่ด้วยความที่คนท้องถิ่นไม่อยากทำงานนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ปัจจุบันผู้ประกอบอุตสาหกรรมนี้หันมาพึ่งแรงงานต่างชาติเกือบทั้งหมดแทน

