คกก.สิทธิฯกัมพูชา ร้องยูเอ็น จี้ไทยปล่อยตัว 18 เชลยศึก ซัดละเมิดกม.ระหว่างปท.-เข้าข่ายบังคับสูญหาย
เมื่อวันที่ 6 กันยายน ขแมร์ไทม์สรายงานว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา (CHRC) ได้ยื่นคำร้องต่อองค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น) เรียกร้องให้ดำเนินการโดยทันทีเพื่อให้มีการปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นายที่ถูกกองทัพไทยควบคุมตัวโดยมิชอบด้วยกฎหมาย หลังจากพวกเขาถูกทหารไทยจับกุมตัวในช่วงเช้าวันที่ 29 กรกฎาคม ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากข้อตกลงหยุดยิงไทย-กัมพูชามีผลบังคับใช้ ซึ่งจนถึงขณะนี้ทหารกัมพูชาทั้ง 18 นายถูกฝ่ายไทยควบคุมตัวโดยมิชอบมาเป็นเวลา 39 วันแล้ว
ในคำร้องที่ยื่นต่อดอกเตอร์กานนา ยุดคิฟสกา ประธานผู้รายงานพิเศษของคณะทำงานสหประชาชาติว่าด้วยการกักขังโดยพลการ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชาเน้นย้ำว่า ผู้ที่ถูกควบคุมตัวเหล่านี้ ไม่ได้รับสิทธิในการเข้าถึงการคุ้มครองทางกฎหมาย การได้ติดต่อกับครอบครัวและเจ้าหน้าที่กัมพูชา แม้จะมีการร้องขอให้ปล่อยตัวและส่งกลับประเทศหลายครั้งแล้วก็ตาม
“คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชามีความกังวลอย่างยิ่งต่อความปลอดภัย ศักดิ์ศรีและการปฏิบัติต่อทหารกัมพูชาที่ถูกควบคุมตัวโดยพลการ โดยเฉพาะภายใต้สภาพการควบคุมตัวทางทหารซึ่งไม่สามารถติดต่อกับผู้อื่นได้ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกทรมานหรือได้รับการปฏิบัติที่โหดร้ายทารุณ ไร้มนุษยธรรม หรือถูกย่ำยีศักดิ์ศรี” หนังสือคำร้องดังกล่าวระบุ พร้อมอ้างว่าการควบคุมตัวโดยพลการดังกล่าวเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงมาตรา 9 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) และมาตรา 18 ของอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 3 (1949 )ว่าด้วยการปฏิบัติต่อเชลยศึก ซึ่งกำหนดให้มีการปล่อยตัวกำลังพลทหารที่ถูกควบคุมตัวหลังยุติการสู้รบ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชาเตือนด้วยว่า การควบคุมโดยไม่ให้ติดต่อกับภายนอกอย่างต่อเนื่อง ยังอาจเข้าข่าย “การบังคับให้สูญหาย” ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศด้วย
นายแก้ว เรมี ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา ย้ำจุดยืนของคณะทำงานชุดนี้ว่า การควบคุมตัวทหารกัมพูชา 18 นายดังกล่าวหลังการตกลงหยุดยิง ถือเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรงต่อกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และกฎหมายมนุษยธรรม ตลอดจนเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิง จึงขอเรียกร้องให้คณะทำงานสหประชาชาติว่าด้วยการกักขังโดยพลการ ตรวจสอบในเรื่องนี้ภายใต้ขั้นตอนเร่งด่วน ประกาศให้การควบคุมตัวนี้เป็นการควบคุมตัวโดยพลการ และเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวและส่งกลับประเทศในทันที พร้อมขอให้ติดตามตรวจสอบการกระทำของทางการไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าได้ปฏิบัติตามพันธกรณีของกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด

