คอลัมน์ People In Focus : เอ็มมานูเอล มาคง ตัวเต็งเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส

ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนก่อนการเลือกตั้งฝรั่งเศสที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 23 เมษายนที่จะถึง รวมไปถึงการเลือกตั้งรอบสองในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้นั้น “เอ็มมานูเอล มาคง” อดีตนายธนาคารมือฉกาจวัย 39 ที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีเศรษฐกิจนั้นได้กลายเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะได้ตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสไปครอง

ด้วยเหตุที่ “มาคง” ยังไม่เคยได้รับการเลือกตั้งมาก่อน และเพิ่งจะตั้งพรรคการเมือง “อองมาร์ช” หรือ “ก้าวไปข้างหน้า”ขึ้นได้เพียง 1 ปี ทำให้อดีตรัฐมนตรีเศรษฐกิจในยุคประธานาธิบดีฟรองซัวส์ โอลลองด์ ผู้นี้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า นโยบายตอบสนองต่อคนเพียงกลุ่มเล็กๆอย่างคนรุ่นใหม่และคนเมือง ทว่า จำนวนผู้ร่วมฟังการปราศรัยและผลโพลกลับแสดงให้เห็นไปในทางตรงกันข้าม

มาคง ผู้ซึ่งหากได้รับเลือกตั้งจะกลายเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ร่วมสมัย ชูนโยบายไปที่การเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ หลังประชาชนเริ่มเบื่อหน่ายกับการเมืองฝรั่งเศสแบบเดิมๆ ยิ่งกว่านั้นผลโพลแสดงให้เห็นว่ามาคงได้เปลี่ยนเทรนด์การเลือกผู้นำฝรั่งเศสจากผู้มีประสบการณ์และทรงอำนาจไปโดยสิ้นเชิง

มาคง ผู้มาจากเมืองทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส ทั้งยังเป็นนักเปียโนฝีมือดี แต่งงานตั้งแต่อายุเพียง 17 ปีกับ “บริจิตต์ โทรนเญอซ์” ครูสอนการแสดงโรงเรียนมัธยม แม่ม่ายลูก 3 ที่มีอายุห่างกับมาคงถึง 24 ปี

แม้มาคงจะถูกมองว่าเป็นคนนอกวงการการเมือง แต่มาคง ก็ผ่านการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของฝรั่งเศสที่ถูกมองว่าเป็นโรงเรียนเตรียมความพร้อมสำหรับข้าราชการระดับสูงและผู้นำประเทศในอนาคตอย่าง “อีเอ็นเอ”

ช่วงปี 2554-2555 มาคง เข้าสู่วงการการเงินการธนาคาร สามารถสร้างฐานะได้ในอาชีพ “วาณิชธนกิจ” หรือผู้ให้คำปรึกษาทางการเงินที่”ธนาคารรอธส์ไชลด์” และในปี 2555 มาคง ก็กลายเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับโอลลองด์ ก่อนที่จะกลายเป็นรัฐมนตรีเศรษฐกิจในอีก 2 ปีต่อมา

ระหว่างการทำงานในรัฐบาล มาคง เป็นที่รู้จักในฐานะ “กฎหมายตลาดเสรี” ที่ผ่านกฎหมายเอื้อต่อภาคธุรกิจโดยมีแนวคิดที่ต้องการให้สามารถเริ่มต้นทำธุรกิจได้ง่าย

นอกจากนโยบายด้านเศรษฐกิจแล้ว มาคง ยังมีนโยบายพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ด้อยพัฒนาและไม่เห็นด้วยกับกฎหมายเข้มงวดกับชาวมุสลิมในประเทศด้วย

การสนับสนุนบริษัทเทคโนโลยีต่างๆ และการ “อูเบอไรเซชั่น” ระบบเศรษฐกิจ หรือการสนับสุนนให้ประชาชนทำเศรษฐกิจอย่างอิสระแทนที่จะทำงานเป็นลูกจ้าง ทำให้ภาพลักษณ์ของมาคง กลายเป็นนักปฏิรูปเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น

ผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะนับเป็นบทพิสูจน์สำคัญของ “มาคง” ที่ระบุว่า “ฝรั่งเศส” ในเวลานี้มีความเปลี่ยน “มุมกลับ” ที่พร้อมจะเลือกผู้นำที่สนับสนุน สหภาพยุโรป สนับสนุนเสรีนิยมโลกาภิวัฒน์ในเวลาที่แนวคิด “ชาตินิยมขวาจัด” กำลังคว้าชัยในการเลือกตั้งในหลายประเทศทั่วโลก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon