มหาเศรษฐีชื่อดัง เตือนสหรัฐ กำลังเปลี่ยนผ่าน ไปสู่ยุคเผด็จการ ชี้รัฐแทรกแซง เอกชนมากไป
สื่อต่างประเทศ รายงานว่า เรย์ ดาอิโอ มหาเศรษฐีชื่อดัง และผู้ก่อตั้งบริษัทจัดการกองทุนเฮดฟันจ์ บริดจ์วอเตอร์ กล่าวว่า สหรัฐฯกำลังก้าวเข้าสู่การเมืองแบบเผด็จการ เหมือนในยุค 1930 เรย์ ดาอิโอ เปิดเผยกับไฟแนนเชียลไทมส์ว่า “ผมคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทางการเมืองและสังคมในปัจจุบันนี้ คล้ายคลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก ระหว่างช่วงปี ค.ศ. 1930-1940 (พ.ศ. 2473-2483)”
“การแทรกแซงของรัฐในภาคเอกชน เช่น การตัดสินใจล่าสุดของทรัมป์ ในการถือหุ้น 10% ในบริษัทผลิตชิป อินเทล (Intel) ที่กำลังประสบปัญหา นั่นถือเป็น ภาวะผู้นำเผด็จการแบบเข้มแข็ง ซึ่งเกิดจากความปรารถนาที่จะควบคุมสถานการณ์ทางการเงินและเศรษฐกิจ” เรย์ ดาอิโอ กล่าว

ก่อนหน้านี้ ในเดือนมิถุนายน เรย์ ดาอิโอ มักวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของทรัมป์อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะร่างกฎหมายภาษีฉบับใหญ่ “One Big Beautiful Bill Act” (OBBBA) โดยระบุว่า หนี้สาธารณะของสหรัฐ กำลังใกล้ถึงจุดวิกฤต ซึ่งอาจขัดขวางเสถียรภาพของเศรษฐกิจที่ใหญ่สุดในโลก
อย่างไรก็ตาม ในบทสัมภาษณ์กับไฟแนนเชียลไทมส์ เรย์ ดาอิโอ ตั้งข้อสังเกตว่า ช่องว่างระหว่างความมั่งคั่งและค่านิยม เช่นเดียวกับการล่มสลายของความไว้วางใจที่กำลังผลักดันให้เกิดนโยบายที่รุนแรงมากขึ้นในสหรัฐ โดยให้เหตุผลว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวคนส่วนใหญ่มักจะนิ่งเฉย เพราะกลัวการตอบโต้หากวิพากษ์วิจารณ์

มหาเศรษฐี อธิบายถึงช่องว่างของความมั่งคั่งและค่านิยมไว้ว่า ตามปกติแล้ว ช่องว่างที่มากขึ้นของ 2 สิ่งนี้ นำไปสู่ลัทธิประชานิยมฝ่ายขวาและประชานิยมฝ่ายซ้ายที่เพิ่มมากขึ้น และความแตกต่างที่ไม่อาจเข้ากันได้ของทั้ง 2 ฝ่าย ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยกระบวนการทางประชาธิปไตย ดังนั้น ประชาธิปไตยจึงอ่อนแอลงและภาวะผู้นำแบบเผด็จการก็เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากประชากรจำนวนมากต้องการให้ผู้นำรัฐบาลเข้ามาควบคุมระบบ เพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี
ทั้งนี้ เขายังเตือนถึงบทบาทของธนาคารกลางสหรัฐว่า จะสูญเสียความเป็นอิสระ หากธนาคารกลางสหรัฐยอมจำนนต่อแรงกดดันทางการเมือง เพื่อคงระดับอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำไว้ นั่นจะบั่นทอนความเชื่อมั่นที่ธนาคารกลางสหรัฐปกป้องมูลค่าของเงิน และทำให้การถือครองสินทรัพย์หนี้สกุลเงินดอลลาร์มีความน่าสนใจน้อยลง พร้อมระบุด้วยว่า นักลงทุนต่างชาติเริ่มหันมาลงทุนกับทองคำแทนพันธบัตรรัฐบาลแล้ว

