หน้าแรก ต่างประเทศ รมว.กห.เขมร เ...

รมว.กห.เขมร เผยที่ประชุม จีบีซี มุ่งแก้ปัญหาชายแดนอย่างสันติ เล็งเปิดด่านขนส่งสินค้า งดแพร่ข่าวปลอม

10.09.25 | 15:27 น.

รมว.กห.เขมร เผยที่ประชุม จีบีซี มุ่งแก้ปัญหาชายแดนอย่างสันติ เล็งเปิดด่านขนส่งสินค้า งดแพร่ข่าวปลอม

เมื่อวันที่ 10 กันยายน พล.อ.เตีย เซยฮา ได้ออกแถลงการณ์ หลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา หรือ GBC สมัยพิเศษ ที่จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา

โดยพล.อ.เตีย เซยฮา แถลงว่า กัมพูชาและไทย ตกลงที่จะแก้ปัญหาชายแดนผ่านสันติวิธี และว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการลดความตึงเครียด ด้วยการเคลื่อนย้ายอาวุธหนักและอาวุธทำลายล้างกลับไปยังฐานทัพประจำของตน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้น ทั้งสองฝ่ายจะจัดประชุมกันภายใน 3 สัปดาห์ เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการโดยละเอียด ปฏิบัติได้จริง และเป็นขั้นตอน แผนนี้จะดำเนินการภายใต้การสังเกตการณ์และการตรวจสอบของทีมผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องในหลักการเกี่ยวกับข้อกำหนดการจัดตั้ง AOT ซึ่งกำลังรอการอนุมัติจากรัฐบาลของทั้งสองประเทศ

และว่า ระหว่างที่กำลังรอการจัดตั้ง AOT ทั้งสองฝ่ายต่างรับทราบถึงบทบาทสำคัญของทีมผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) และตกลงที่จะใช้กลไก IOT ต่อไป เพื่อให้แน่ใจว่าการหยุดยิงจะปฏิบัติตามอย่างมีประสิทธิผล

Advertisement

พล.อ.เตีย เซยฮา กล่าวต่อว่า ทั้งสองฝ่ายยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารอย่างสม่ำเสมอระหว่างทหารกัมพูชา ทหารไทย และหน่วยชายแดน ด้วยความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะแก้ไขปัญหาโดยสันติและป้องกันการปะทะ ทั้งสองฝ่ายย้ำว่าการเสริมสร้างการสื่อสารในทุกระดับเป็นสิ่งจำเป็นต่อการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และส่งเสริมความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี

นอกจากนี้ พล.อ.เตีย เซยฮา กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกลับสู่ภาวะปกติ ตามคำร้องขอจากญี่ปุ่น ที่เสนอให้ทั้งสองประเทศพิจารณาความเป็นไปได้ในการเปิดด่านชายแดนอีกครั้งสำหรับการขนส่งสินค้าที่จำเป็น เพื่อการรักษาห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญในภูมิภาค

สำหรับด้านการบริหารจัดการชายแดน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) เป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาการสำรวจและปักปันเขตแดนร่วมกัน และเห็นพ้องที่จะแก้ไขปัญหาใดๆที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดน โดยมีเป้าหมายเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนจากทั้งสองประเทศ

และด้วยจิตวิญญาณเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าควรงดเว้นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ข่าวปลอม การกล่าวหา และวาทกรรมที่เป็นอันตราย ที่ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการคลายความตึงเครียด ลดความรู้สึกเชิงลบของสาธารณชน และส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจรจาอย่างสันติ