ทหารเริ่มออกมาคุมสถานการณ์ในเนปาล หลังตำรวจเอาไม่อยู่ ยอดดับพุ่งขึ้นเป็น 25 บาดเจ็บกว่า 600
เมื่อวันที่ 10 กันยายน สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานความคืบหน้าเหตุประท้วงรุนแรงต่อต้านรัฐบาลทั้งเรื่องปัญาหาการทุจริตและการแบนโซเชียลมีเดียในประเทศเนปาล ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยมีทั้งการบุกเข้าไปเผาอาคารรัฐบาลและทำร้ายนักการเมือง โดยล่าสุด กระทรวงสาธารณสุขเนปาล แจ้งว่ายอดผู้เสียชีวิตจากเหตุประท้วงดังกล่าวอยู่ที่ 25 ราย และยอดผู้บาดเจ็บอยู่ที่ 699 ราย
ขณะที่มีรายงานว่า สนามบินกาฐมาณฑุ ของเนปาล ได้เปิดให้บริการอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ปิดบริการไป เนื่องจากการประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่รุนแรงมากขึ้น
ด้านสำนักข่าวเอพีรายงานว่า วันเดียวกัน มีทหารออกมายืนเฝ้าอยู่ตามท้องถนนในกรุงกาฐมาณฑุ และมีคำสั่งให้ประชาชนอยู่ในบ้าน เพื่อฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย
เมื่อช่วงค่ำวันที่ 9 กันยายน กองกำลังรักษาความปลอดภัย ได้ประกาศที่จะเข้าทำการรักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อย หลังจากที่ก่อนหน้านี้กองทัพแทบไม่มีการระดมกำลังในเนปาล และอยู่กันแต่ในเพียงค่ายทหาร กระทั่งตำรวจไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ทหารจึงต้องออกมา และกองทัพแถลงว่า สามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยปล้นสะดมได้ 27 คน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ทหารต้องเข้าควบคุมสถานการณ์ที่เรือนจำหลักในกรุงกาฐมาณฑุ หลังจากนักโทษเอาชนะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ และพยายามหลบหนีออกจากเรือนจำ ทำให้ทหารต้องยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่นักโทษเหล่านั้น

ทั้งนี้ นักโทษได้จุดไฟเผาห้องขังและบ้านพักของเจ้าหน้าที่คุมขัง และกรูกันไปที่บริเวณประตูหลัก ก่อนวิ่งออกไปที่ถนน แต่ทหารสามารถสกัดกั้นการหลบหนีของนักโทษเหล่านี้เอาไว้ได้ และได้ควบคุมตัวนักโทษเหล่านี้ไปยังเรือนจำอีกแห่งหนึ่ง โดยไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บจากเหตุชุลมุนดังกล่าวแต่อย่างใด
ขณะที่มีรายงานว่า วันที่ 9 กันยายนเช่นกัน เรือนจำอีกหลายแห่งในกรุงกาฐมาณฑุและอีกหลายเมือง มีนักโทษหลายร้อยคนแหกคุกออกมา หลังจากตำรวจหลบหนีไปเนื่องจากกลุ่มผู้ประท้วงมีเพิ่มจำนวนมากขึ้นและเริ่มทำร้ายเจ้าหน้าที่

