ชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวฝ่ายขวา คนสนิททรัมป์ ถูกยิงเสียชีวิต กลางมหาวิทยาลัย
เมื่อวันที่ 11 กันยายน สื่อต่างประเทศ รายงานว่า ชาร์ลี เคิร์ก (Charlie Kirk) นักเคลื่อนไหวอนุรักษ์นิยม วัย 31 ปี และคนใกล้ชิดประธานาธิบดีทรัมป์ ถูกยิงเสียชีวิตในยูทาห์
ชาร์ลี เคิร์ก ผู้นำกลุ่มนักเคลื่อนไหวเยาวชนฝ่ายขวาชั้นนำของประเทศ ถูกยิงเสียชีวิต ขณะกำลังกล่าวสุนทรพจน์ในกิจกรรมของมหาวิทยาลัยยูทาห์วัลเลย์ในวานนี้ (10 ก.ย.) อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานตั้งแต่ระดับท้องถิ่น และระดับรัฐบาล เร่งตามหาตัวมือปืน ขณะที่โฆษกของทางมหาวิทยาลัยกล่าวว่า “ขณะนี้ยังไม่มีผู้ต้องสงสัยถูกควบคุมตัว การสอบสวนดำเนินอยู่”

โฆษกเล่านาทีเกิดเหตุว่า ชาร์ลี เคิร์ก ถูกยิงเสียชีวิตประมาณ 20 นาที หลังจากที่เขาเริ่มพูดบนพื้นที่ของมหาวิทยาลัยในเมืองโอเร็ม รัฐยูทาห์ โดยมือปืนยิงมาจากระยะไกลกว่า 100 หลา (91 เมตร) ในตอนแรกมหาวิทยาลัยระบุว่า มือปืนถูกควบคุมตัวแล้ว แต่เจ้าหน้าตรวจสอบภายหลัง พบว่า บุคคลที่ถูกควบคุมตัวไม่ใช่คนก่อเหตุตัวจริง
ทั้งนี้ จากวิดีโอในเหตุการณ์เผยให้เห็นผู้คนกำลังวิ่งหนี หลังจากเสียงปืนดังสนั่น อีกวิดีโอแสดงให้เห็นว่า ศีรษะของชาลีกระตุกกลับ ขณะเลือดไหลรินออกจากคอ ซึ่งเป็นจุดที่เขาถูกยิง

สำหรับ ชาลี เคิร์ก ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม Turning Point USA ที่เขาก่อตั้งขึ้นเมื่ออายุ 18 ปี ชาร์ลี เคิร์ก ได้กลายเป็นหนึ่งในนักอนุรักษ์นิยมรุ่นเยาว์ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในประเทศ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลทรัมป์ แต่อิทธิพลของเขาในทำเนียบขาวก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง และหลังจากมีรายงานการเสียชีวิตของชาร์ลี เคิร์ก ทรัมป์ได้กล่าวว่า “ไม่มีใครเข้าใจหรือมีหัวใจของเยาวชนในสหรัฐอเมริกาได้ดีไปกว่าชาร์ลี เขาเป็นที่รัก และเป็นที่ชื่นชมจากทุกคน โดยเฉพาะผม”

