คอลัมน์ไฮไลต์โลก: ‘Power and the Palace’ เรื่องเล่าในวังหลวง
เรื่องราวในรั้วในวัง มักเป็นเรื่องที่ผู้คนสนใจใคร่รู้ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของราชวงศ์ไหนๆ ว่าเหล่าชนชั้นเลือดสีน้ำเงินนั้นมีวิถีชีวิตแตกต่างไปจากปุถุชนทั่วไปอย่างเราๆ อย่างไร
สัปดาห์นี้ หนังสือเรื่อง “Power and the Palace” งานเขียนของ วาเลนไทน์ โลว์ อดีตบรรณาธิการข่าวสายราชสำนักของ The Times หนังสือพิมพ์หัวแถวของอังกฤษ ซึ่งอ้างว่าเป็นเรื่องราวเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของสมาชิกในราชวงศ์อังกฤษ(วินด์เซอร์) หนึ่งในสถาบันกษัตริย์ที่ได้รับความนิยมและเป็นที่จับตามากที่สุดพระราชวงศ์หนึ่งของโลก ที่เขารวบรวมมาได้จากคำบอกเล่าของแหล่งข่าววงในใกล้ชิด จะวางแผงให้ผู้ที่สนใจซื้อหาอ่านได้

โอกาสนี้เลยคัดบางเรื่องบางตอนของเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ ที่สื่ออังกฤษนำมาเปิดเผยก่อนมาเล่าให้ฟัง
เรื่องแรกเป็นเรื่องของ ควีนคามิลลา พระมเหสีในคิงชาร์ลส์ที่ 3 ประมุขแห่งราชวงศ์อังกฤษ ทรงเผยประสบการณ์เลวร้ายที่พระองค์ทรงใช้ส้นรองเท้าป้องกันตัวเองจากการถูกผู้ชายลวนลามบนรถไฟเมื่อสมัยเป็นวัยรุ่นสามัญชนให้กับ บอริส จอห์นสัน อดีตนายกรัฐมนตรีที่ขณะนั้นยังเป็นเพียงนายกเทศมนตรีลอนดอนฟังในปี 2008 ประสบการณ์ครั้งนั้นอาจเป็นแรงผลักให้พระองค์ร่วมรณรงค์ต่อต้านความรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงต่อสตรีอย่างเปิดเผย
การหาเพื่อนดื่มของ คิงชาร์ลส์ที่ 3 ในขณะยังทรงดำรงพระอิสริยยศเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ แห่งเวลส์ เกิดขึ้นในค่ำคืนหนึ่งของปี 2018 ระหว่างทรงประทับรถไฟพระที่นั่ง ไมเคิล โกฟ รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมในขณะนั้น เป็นผู้โชคดีที่พระองค์ทรงเชิญให้ร่วมดื่มวิสกี้ Laphroaig และสนทนาด้วย ช่วงหนึ่งพระองค์ทรงบอกโกฟว่าอย่าคาดหวังถึงอาหารเช้ามื้อใหญ่ในวันรุ่งขึ้น เพราะพระองค์ทรงชอบเสวยเพียงผลไม้กับน้ำผลไม้คั้น
บอริส จอห์นสัน เคยสร้างความระคายเคืองให้กับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ในขณะนั้น จากการมาเข้าเฝ้าสายในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2008 เหตุเพราะจอห์นสันขึ้นรถไฟใต้ดินผิดสาย นั่นทำให้การเข้าเฝ้าพระองค์ครั้งต่อไป จอห์นสันได้ปั่นจักรยานมาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย ดูเหมือนพระชายาคามิลลาในขณะนั้นทรงขบขันกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เชื่อกันว่านั่นเป็นหนึ่งในเรื่องที่ทำให้เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงเย็นชากับจอห์นสัน
ควีนเอลิซาเบ็ธที่ 2 พระราชมารดาผู้ล่วงลับของคิงชาร์ลส์ที่ 3 ทรงระมัดระวังพระองค์อย่างมากและทรงหลีกเลี่ยงการแทรกแซงทางการเมือง แต่ผู้เขียนหนังสืออ้างแหล่งข่าวระบุว่า ควีนเอลิซาเบ็ธที่ 2 ทรงเป็น Remainer หรือ ฝ่ายที่อยู่กับสหภาพยุโรป(อียู) ในช่วงการรณรงค์เรื่อง เบร็กซิท แม้พระองค์เคยทรงรู้สึกหงุดหงิดกับระบบราชการบางอย่างในอียู แต่โดยรวมแล้วพระองค์ทรงเห็นว่าการคงอยู่ในอียูของสหราชอาณาจักรนั้นดีกว่า
งานพิธีบรมราชาภิเษกของคิงชาร์ลส์ที่ 3 ในปี 2023 กลับกลายเป็นรัฐบาลที่ต้องการจัดงานพระราชพิธีดังกล่าวอย่างยิ่งใหญ่และให้สนับสนุนด้านงบประมาณอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ความปรารถนาของทางวังหลวงที่ค่อนข้างระมัดระวังในเรื่องนี้ไม่ให้หรูหราฟุ่มเฟือยจนเกินไปในขณะที่ประชาชนกำลังเผชิญความยากลำบากกับค่าครองชีพที่พุ่งสูง อย่างไรก็ดี งานพิธีบรมราชาภิเษกมีค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 72 ล้านปอนด์ (กว่า 3,096 ล้านบาท)
นี่เป็นเพียงเรื่องราวกล่าวอ้างส่วนหนึ่งที่อยู่หนังสือเล่มนี้ ส่วนจะจริงเท็จอย่างไร คงต้องรอดูปฏิกิริยาจากทางวังหลวง

