ทูตจีนพบสื่อไทยครั้งแรก แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แนวทางเสริมสัมพันธ์สองชาติ
เมื่อวันที่ 11 กันยายน นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้จัดกิจกรรมพบปะสื่อมวลชนไทยหลายสำนัก ในหัวข้ออนาคตใหม่ของความร่วมมือจีน-ไทย ณ สถานเอกอัครราชทูตจีน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเอกอัครราชทูตจางมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสื่อมวลชนด้วย โดยถือเป็นครั้งแรกที่เอกอัครราชทูตจางพบกับสื่อมวลชนไทย นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
เอกอัครราชทูตจางกล่าวว่ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับมอบหมายจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิงให้มารับตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยผู้มีอำนาจเต็มคนที่ 14 และเพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก็ได้มีโอกาสพบปะหารือบุคคลต่างๆ ของไทยซึ่งรับรู้ได้ว่าชาวไทยมีความจริงใจ ผูกพันกับประเทศจีน ปีนี้เป็นปีที่ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและจีนครบรอบ 50 ปี ตลอดเวลาที่ผ่านมา สื่อมวลชนของทั้งสองประเทศถ่ายทอดสื่อสารเรื่องราวต่างๆ ของความร่วมมือระหว่างกันที่อยู่บนพื้นฐานของการได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ส่งเสริมความร่วมมือในด้านการพัฒนามิตรภาพและทำให้ความสัมพันธ์ที่เป็นพี่น้องกันซาบซึ้งอยู่ในหัวใจของประชาชนสองประเทศ สถานเอกอัครราชทูตจีนพร้อมที่จะกระชับความร่วมมือกับสื่อมวลชนต่างๆ ของไทยเพื่อสร้างอนาคตที่สดใสให้กับความสัมพันธ์จีน-ไทย ส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประชาชนสองประเทศ

นอกจากนั้น เอกอัครราชทูตจางได้ให้ความเห็นถึงสถานการณ์โลกในปัจจุบัน และข้อริเริ่มของประธานาธิบดีสีของจีน พร้อมกับฝากให้สื่อมวลชนไทยรายงานข่าวเกี่ยวกับจีนอย่างถูกต้องและรอบด้าน รวมถึงเน้นย้ำว่าจีนพร้อมที่จะร่วมมือกับไทย ยืนหยัดทัศนการบริหารโลก หารือซึ่งกันและกัน สร้างสรรค์ซึ่งกันและกัน แบ่งปันซึ่งกันและกัน โดยใช้กลไกทวิภาคีและภูมิภาคเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของไทยและจีนเข้าสู่ขั้นใหม่
ในงานดังกล่าวนี้มีนายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการมติชน และนายนฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการกองบรรณาธิการมติชน เข้าร่วมด้วย โดยนายปราปต์ขึ้นกล่าวว่าจีนและไทยมีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์และรากฐานความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ-สังคมมาอย่างยาวนาน และเป็นพื้นฐานสำคัญที่ส่งผลดีและผลบวกต่อความร่วมมือต่างๆ แม้คนไทยจะนิยมสินค้าและเดินทางท่องเที่ยวจีนมากขึ้นจากนโยบายวีซ่าฟรี แต่มีแนวโน้มที่น่าห่วงกังวลคือคนจีนบางส่วนมองว่าไทยคือสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ปลอดภัย ส่วนคนไทยก็มองผู้ประกอบการจีนบางส่วนว่าเป็นกลุ่มจีนเทาที่เข้ามาเอาเปรียบทางเศรษฐกิจ จึงเสนอให้ผู้นำระดับสูงของสองประเทศเจรจาหารือร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่ไว้วางใจกันนี้


