หน้าแรก ต่างประเทศ UN เตือน สแกม...

UN เตือน สแกมเมอร์ในเอเชียตอ.เฉียงใต้ ย้ายฐานไปติมอร์-เลสเต

14.09.25 | 10:42 น.
REUTERS

UN เตือน สแกมเมอร์ในเอเชียตอ.เฉียงใต้ ย้ายฐานไปติมอร์-เลสเต

สำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรม (UNODC) ออกคำเตือนว่า ติมอร์-เลสเตกำลังกลายเป็นจุดศูนย์กลางแห่งล่าสุดของปฏิบัติการศูนย์ต้มตุ๋นหลอกลวงออนไลน์ ที่สร้างความปั่นป่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และลุกลามไปยังภูมิภาคอื่นๆ

UNODC ออกประกาศเตือนอย่างเป็นทางการว่า เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ได้แทรกซึมเข้าสู่เขตปกครองพิเศษ โอเอกูสแอมเบโน (Oecusse Ambeno) ของติมอร์-เลสเต ผ่านโครงการการลงทุนจากต่างชาติ ทั้งนี้ โอเอกูสเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของติมอร์-เลสเต ที่ตั้งอยู่ภายในดินแดนของอินโดนีเซียทั้งหมด และมีพรมแดนติดกับทะเลซาวู

รายงานของ UNODC ระบุว่า รัฐบาลติมอร์-เลสเตได้ก่อตั้ง เขตการค้าเสรีดิจิทัลขึ้นที่โอเอกูสเมื่อเดือนธันวาคม 2024 แต่จากการบุกค้นโดยเจ้าหน้าที่ในเดือนสิงหาคม พบสัญญาณที่ชี้ให้เห็นถึงกิจกรรมของของศูนย์หลอกลวงออนไลน์ที่กำลังเกิดขึ้นใหม่

“การวิเคราะห์เชื่อมโยงปฏิบัติการเหล่านี้กับกลุ่มที่เกี่ยวพันกับอาชญากรไซเบอร์ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิด ผู้ประกอบการการพนันออนไลน์ผิดกฎหมายนอกประเทศ และเครือข่ายที่โยงกับแก๊ง 14K Triad” ถ้อยแถลงของ UNODC ระบุ

Advertisement

การบุกค้นโรงแรมแห่งหนึ่งในโอเอกูสพบซิมการ์ดและอุปกรณ์ดาวเทียม Starlink ซึ่ง สอดคล้องกับรูปแบบการทำงาน ที่ตรวจพบในศูนย์ออนไลน์สแกมทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

UNODC ยังพบความเชื่อมโยงกับ แก๊งอาชญากรรม 14K Triad ของจีน ซึ่งมีชื่อเสียงฉาวโฉ่เกี่ยวกับการหลอกลวงออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงศูนย์สแกมเมอร์ในกัมพูชา

ทั้งนี้ กลุ่มอาชญากรมักใช้ประโยชน์และฉวยโอกาสจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ โดยตั้งบริษัทบังหน้าแล้วแฝงการดำเนินงานผิดกฎหมาย

กิจการเหล่านี้สร้างรายได้มหาศาลหลายพันล้านดอลลาร์ผ่านการดำเนินการหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ การพนันออนไลน์นอกกฎหมาย การหลอกลวงให้รักออนไลน์ หรือการฉ้อโกงการให้เข้าร่วมกับลงทุนระยะยาว

กลุ่มอาชญากรเหล่านี้ยังเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ โดยล่อลวงแรงงานจากทั่วโลกโดยให้สัญญาว่าจะจ้างงาน แต่เมื่อมาถึงพวกเขากลับถูกกักขังและบังคับให้ทำกิจกรรมผิดกฎหมาย

เอพีรายงานว่า มีแรงงาน 30 คนจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย และจีน ถูกจับกุมในที่เกิดเหตุที่โอเอกูส

UNODC ระบุว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าแรงงานเหล่านี้ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์หรือมีส่วนร่วมกับอาชญากรรมด้วยตัวเอง โดยพบว่าหลายคนมีวุฒิการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

บางบุคคลพบว่าใช้ประโยชน์จาก โครงการขอสัญชาติผ่านการลงทุนและถือหนังสือเดินทางหลายเล่ม ซึ่ง UNODC ระบุว่า อาจถูกนำไปใช้เพื่อหลบเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมาย

หน่วยงานของ UN ยังบอกด้วยว่า การจับตาตลอดจนความสนใจของสื่อและการบังคับใช้กฎหมายที่เพิ่มมากขึ้นในจุดที่เคยเป็นศูนย์กลางของการหลอกวงออนไลน์ ได้ผลักดันให้กลุ่มอาชญากรมองหาพื้นที่ใหม่ๆ เช่น ติมอร์-เลสเต

“กลุ่มอาชญากรกำลังใช้ประโยชน์จากบริษัทบังหน้า บริการวิชาชีพ และหนังสือเดินทางหลายเล่มเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ ขณะเดียวกันก็แอบดำเนินปฏิบัติการผิดกฎหมายไปพร้อมกับกรอบการลงทุนที่ถูกต้องตามกฎหมาย แนวโน้มนี้สะท้อนถึงความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวของอุตสาหกรรมศูนย์หลอกลวงออนไลน์ และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเมื่อประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ตกเป็นเป้าหมาย” UNODC กล่าว