จีน-สหรัฐ เปิดถกการค้ารอบ 4 ที่แดนกระทิง จ่อขยายเส้นตายขาย ‘ติ๊กต็อก’
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐอเมริกาและจีนมีการประชุมการค้าที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 14 กันยายน โดยถือเป็นการประชุมการค้าครั้งที่ 4 ในรอบ 4 เดือนระหว่างสองประเทศมหาอำนาจของโลก ท่ามกลางสงครามการค้าที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศย่ำแย่ลง รวมถึงเส้นตายที่แอพพลิเคชั่นแชร์วิดีโอยอดนิยมของจีนอย่าง ติ๊กต็อก จะต้องขายกิจการในสหรัฐก่อนหน้าวันที่ 17 กันยายนนี้เพื่อไม่ให้ถูกแบนในสหรัฐ
สหรัฐได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปเจรจากับจีน อาทิ นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง นายเจมิสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ ส่วนคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนได้แก่ นายเหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน และนายหลี่ เฉิงกัง หัวหน้าคณะเจรจาการค้าของจีน ทั้งสองคณะมีการประชุมที่ Palacio de Santa Cruz ที่ทำการกระทรวงต่างประเทศสเปนในกรุงมาดริด โดยการประชุมวันแรกกินเวลาประมาณ 6 ชั่วโมง

นายเบสเซนต์กล่าวว่าจะมีการประชุมต่อเป็นวันที่สองในวันที่ 15 กันยายน โดยการประชุมการค้าระหว่างจีนและสหรัฐครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดนเมื่อเดือนกรกฎาคม ซึ่งทั้งสองประเทศได้ขยายเวลาการลดอัตราภาษีศุลกากรออกไปเป็นเวลา 90 วัน รวมถึงให้มีการส่งแร่แรร์เอิร์ธจากจีนไปยังสหรัฐ ก่อนที่ต่อมาทรัมป์จะขยายเวลาให้สหรัฐจัดเก็บภาษีศุลกากรสินค้าจีนในอัตรา 55% ไปจนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าให้ความเห็นว่าการประชุมการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในครั้งนี้อาจไม่ได้มีผลสืบเนื่องอย่างมีนัยสำคัญขนาดนั้น นอกเหนือไปจากอาจมีการประกาศขยายเส้นตายให้บริษัท ByteDance ขายกิจการของติ๊กต็อกในสหรัฐภายในวันที่ 17 กันยายน หากไม่ต้องการให้ติ๊กต็อกถูกแบนในสหรัฐ แหล่งข่าวของรัฐบาลสหรัฐเปิดเผยว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อาจขยายเส้นตายให้ติ๊กต็อกเป็นครั้งที่ 4 นับตั้งแต่เข้าดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐ
เมื่อเดือนสิงหาคม ทรัมป์กล่าวว่ามีนักธุรกิจสหรัฐหลายคนกำลังอยากซื้อกิจการติ๊กต็อก แต่ล่าสุดทรัมป์ให้สัมภาษณ์ว่าเขาอาจจะขยายเส้นตายให้ติ๊กต็อกหรืออาจไม่ทำเช่นนั้นก็ได้ เรื่องนั้นขึ้นอยู่กับฝ่ายจีนและเขาไม่ได้สนใจเรื่องนี้เท่าไหร่แต่แค่อยากปิดดีลนี้ให้ได้เพื่อเด็กๆ ในสหรัฐ
นายวิลเลียม ไรน์ช ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าของศูนย์ยุทธศาสตร์และการศึกษาระหว่างประเทศ สถาบันคลังสมองในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ให้ความเห็นว่า การประชุมนี้อาจไม่มีผลการประชุมที่มีนัยสำคัญมากขนาดนั้นจนกว่าจะมีการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน และการประชุมนี้อาจเป็นการเตรียมการประชุมดังกล่าว แม้ว่าทรัมป์จะบอกว่าอยากหารือกับประธานาธิบดีสี แต่ทางฝ่ายจีนอาจไม่ยอมให้มีการประชุมทวิภาคีเกิดขึ้นจนกว่าจะมีการเห็นผลการประชุมและสหรัฐจะต้องผ่อนคลายมาตรการส่งออกชิปและสินค้าไฮเทคของสหรัฐมากกว่านี้
ด้านกระทรวงการคลังของสหรัฐระบุว่าการประชุมที่กรุงมาดริดจะมีการหารคือในเรื่องความพยายามร่วมของสองประเทศในการปราบปรามการฟอกเงิน ที่หมายถึงการที่สหรัฐขอให้จีนลดการส่งสินค้าเทคโนโลยีให้กับรัสเซียเพื่อใช้ทำสงครามกับยูเครน ด้านประเด็นสงครามยูเครนก็เป็นเรื่องร้อนแรงระหว่างสหรัฐและจีนเช่นกัน หลังพยายามโน้มน้าวให้ประเทศสมาชิกกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ หรือ จี 7 ขึ้นภาษีศุลกากรแก่จีนและอินเดียเพื่อกดดันให้หยุดซื้อน้ำมันรัสเซีย
ก่อนหน้าการประชุมที่สเปน ทางการจีนได้เปิดการสอบสวนต่อต้านการทุ่มตลาดของชิป IC อนาล็อกที่นำเข้าจากสหรัฐ รวมถึงจะสอบสวนมาตรการของสหรัฐที่อาจเป็นการเลือกปฏิบัติต่อภาคการผลิตชิปของจีน

