อังกฤษ จัดงานเลี้ยงใหญ่ต้อนรับ ‘ทรัมป์’ ชมเปาะสัมพันธ์สองชาติสุดพิเศษ
สำนักข่าวรอยเตอร์และบีบีซีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ และนางเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่ง เข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับและเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร พร้อมด้วยสมาชิกราชวงศ์อังกฤษหลายพระองค์ ที่พระราชวังวินด์เซอร์ เมื่อวันที่ 17 กันยายน ในระหว่างการเดินทางเยือนอังกฤษอย่างเป็นทางการเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งทรัมป์บอกว่าเป็นหนึ่งในเกียรติสูงสุดของชีวิต พร้อมกับชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
ทรัมป์และนางเมลาเนียเดินทางถึงพระราชวังวินด์เซอร์ด้วยรถม้า โดยได้เข้าพิธีตรวจแถวกองเกียรติยศร่วมกับสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีคามิลลา ถือเป็นแถวของเกียรติยศครั้งใหญ่ที่สุดที่อังกฤษเคยจัดต้อนรับการเยือนของผู้นำประเทศ นอกจากนั้น ทรัมป์ยังได้วางพวงมาลาที่หลุมพระศพของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และได้เข้าเฝ้าเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคธ แห่งเวลส์ เป็นการส่วนพระองค์ด้วย

ทรัมป์ได้เยี่ยมชมโบสถ์เซนต์จอร์จ และชมเอกสารเกี่ยวกับการประกาศอิสรภาพของสหรัฐที่เป็นของสะสมของราชวงศ์อังกฤษ เสร็จสิ้นจากนั้น ทรัมป์และนางเมลาเนียเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่จัดขึ้นในพระราชวังวินด์เซอร์โดยมีแขกเข้าร่วมประมาณ 160 คน อาทิ รูเพิร์ต เมอร์ด็อก เจ้าพ่อสื่อยักษ์ใหญ่ และมอร์แกน แมคสวีนีย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีอังกฤษ กษัตริย์ชาร์ลส์ตรัสถึงความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกันระหว่างอังกฤษและสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษาความร่วมมือในเรื่องวัฒนธรรม การค้า และการทหาร
พระองค์ทรงชื่นชมทรัมป์ที่มุ่งมั่นหาทางออกให้กับความขัดแย้งต่างๆ ทั่วโลก และทรงมีพระดำรัสอยากให้ทรัมป์สนับสนุนยูเครนในการต่อสู้กับทรราชย์ รวมถึงทรงเน้นย้ำความสำคัญของการปกป้องสิ่งแวดล้อม ส่วนทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ว่าสายใยและเอกลักษณ์ของอังกฤษ-สหรัฐมีคุณค่าเกินกว่าจะประเมินได้และเป็นนิรันดร มิตรภาพระหว่างสองประเทศมีค่าเกินกว่าคำว่าพิเศษ ทรัมป์ยังชื่นชมเจ้าชายวิลเลียมว่าจะทรงประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนในอนาคต รวมถึงชื่นชมเจ้าหญิงเคทว่าทรงสง่างามอย่างที่สุด

การเยือนของทรัมป์สร้างประวัติศาสตร์ให้ทรัมป์เป็นผู้นำสหรัฐคนแรกและนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งคนแรกที่ได้รับเชิญให้มีการเยือนอย่างเป็นทางการมากกว่า 1 ครั้ง โดยทรัมป์บอกว่าเป็นหนึ่งในเกียรติสูงสุดของชีวิต ระหว่างการเยือนครั้งนี้ยังมีการแลกของขวัญกัน โดยอังกฤษมอบธงชาติอังกฤษที่ชักขึ้นสู่ยอดเสาของพระราชวังบักกิงแฮมในวันที่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐเป็นสมัยที่ 2 ในเดือนมกราคมด้วย
ทั้งนี้ กิจกรรมต่างๆ ยังคงดำเนินต่อไปในวันที่ 18 กันยายน โดยสมเด็จพระราชินีคามิลลาและเจ้าหญิงเคทแห่งเวลส์ จะเสด็จร่วมกิจกรรมกับนางเมลาเนีย ทรัมป์ ส่วนตัวทรัมป์เองจะพบหารือกับเซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษที่บ้านพักตากอากาศ Chequers

แน่นอนว่าการเยือนอังกฤษของทรัมป์ในครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่อังกฤษจะใช้ซอฟต์พาวเวอร์เป็นเครื่องมือการทูตเพื่อกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การลงทุน และการค้าระหว่างสองประเทศ รวมถึงเป็นการโน้มน้าวให้สหรัฐยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนยูเครนและองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ต่อไป
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่มีกำหนดเข้าร่วมกิจกรรมต่อสาธารณชนระหว่างการเยือนอังกฤษ และกิจกรรมทั้งหมดจะจัดขึ้นภายในพระราชวังวินด์เซอร์และบ้านพักตากอากาศ Chequers เท่านั้น ผู้ประท้วงที่ไม่พอใจทรัมป์ออกมาประท้วงในกรุงลอนดอน เพราะโพลสำรวจความคิดเห็นชี้ว่าทรัมป์ไม่ได้รับความชื่นชมในหมู่ชาวอังกฤษมากนัก




