เจอกดดัน! ติมอร์เลสเต ยกเลิกแผนซื้อรถยนต์แจกส.ส. หลังม็อบฮือประท้วง
รัฐบาลติมอร์เลสเตได้ประกาศยกเลิกแผนการซื้อรถแจกฟรีให้กับบรรดาสมาชิกรัฐสภา หลังจากเผชิญการลงถนนประท้วงของกลุ่มผู้ชุมนุมนับหลายพันคนที่ต่อต้านแผนการดังกล่าวมาตั้งแต่วันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์ประท้วงได้นำไปสู่ความรุนแรงเมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมจุดไฟเผายางรถและรถยนต์ของรัฐบาล ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตอบโต้ด้วยการยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่เพื่อสลายการชุมนุม หลายชั่วโมงต่อมารัฐบาลจึงยอมจำนนต่อแรงกดดันและยกเลิกแผนการจะจัดซื้อรถยนต์เอนกประสงค์(SUV) รุ่น Prado ของโตโยต้า เพื่อแจกให้ส.ส.ของประเทศที่มีอยู่ 65 คนไป
อย่างไรก็ตาม ในวันต่อมายังคงมีประชาชนราว 2,000 คน ออกมาเดินขบวนประท้วงบนท้องถนน โดยแม้การประท้วงในช่วงแรกจะมีชนวนเหตุจากแผนการจัดซื้อรถยนต์แจกส.ส. แต่ขณะนี้ได้ขยายวงกว้างขึ้นจนครอบคลุมถึงการเรียกร้องให้ยกเลิกเงินบำนาญตลอดชีพสำหรับอดีตส.ส.ที่เกษียณอายุการทำงานแล้ว

ผู้ประท้วงชาวติมอร์เลสเตรายหนึ่งกล่าวว่า เธอโกรธแค้นที่ส.ส.อยากซื้อรถหรูเพื่อขับไปทำงาน ในขณะที่ประชาชนตาดำๆ ยังคงยากลำบาก
ขณะที่แกนนำผู้ประท้วงรายหนึ่งกล่าวว่า แผนการซื้อรถยนต์แจกส.ส.ไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยเริ่มมีมาตั้งแต่ทศวรรษ 2000 แต่ก็เผชิญการต่อต้าน ในปี 2008 ตำรวจได้จับกุมนักศึกษาหลายคนที่ออกมาชุมนุมต่อต้านแผนการใช้เงิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อซื้อรถยนต์ใหม่ให้กับส.ส. แต่ครั้งนี้การเคลื่อนไหวได้เริ่มต้นอย่างแท้จริงและขยายวงกว้างไปมากขึ้น เนื่องจากประเทศยังคงเผชิญกับปัญหาความเหลื่อมล้ำและการว่างงานสูง โดยผู้ประท้วงยังต้องการให้มีการปฏิรูปกฎหมายที่ระบุให้เบี้ยบำนาญตลอดชีพกับอดีตส.ส.ที่เกษียณอายุการทำงานแล้ว รวมถึงเงินช่วยเหลือด้านสุขภาพด้วย
ติมอร์เลสเตเป็นหนึ่งในประเทศที่มีประชากรอายุน้อยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยประชากรมากกว่า 70% มีอายุต่ำกว่า 35 ปี และยังเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากข้อมูลของสหภาพรัฐสภาพ(ไอพียู) ระบุว่า ส.ส.ติมอร์เลสเตมีเงินเดือนพื้นฐานต่อปีอยู่ที่ 36,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.1 ล้านบาท) ซึ่งสูงกว่ารายได้เฉลี่ยของประเทศถึง 10 เท่า โดยรายงานของรัฐบาลในปี 2564 ประเมินว่าอยู่ที่ราว 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ(95,000 บาท)
เหตุชุมนุมประท้วงรุนแรงในติมอร์เลสเตเกิดขึ้นในขณะที่รัฐบาลหลายชาติในเอเชีย เช่น เนปาล และ อินโดนีเซีย เผชิญกับการประท้วงต่อต้านรัฐบาลเนื่องจากความไม่พอใจบรรดาส.ส.และนักการเมืองที่ได้สิทธิพิเศษมากจนล้นเกินในขณะที่ประชาชนยังคงเผชิญความทุกข์ระทมกับปัญหาเศรษฐกิจปากท้องและความยากจน

