โพลเผย โลกยังหนุนความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่เชื่อมั่นสถาบันระดับโลกน้อยลง
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า มูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ได้จัดทำโพลสำรวจความคิดเห็นผู้คน 36,300 คนจาก 34 ประเทศ ระหว่างวันที่ 8 สิงหาคม – 10 กันยายน พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามยังคงสนับสนุนให้มีความร่วมมือระหว่างประเทศในประเด็นต่างๆ อาทิ การค้า สาธารณสุข สภาพอากาศ และแก้ปัญหาความยากจน แต่ความเชื่อมั่นในสถาบันระดับโลกอย่างองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) หรือ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) มีอัตราที่ลดลง
โพลสำรวจความคิดเห็นดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของสถาบันพหุภาคีในช่วงเวลาที่สหรัฐอเมริกาและเขตเศรษฐกิจอื่นๆ ลดงบประมาณช่วยเหลือด้านการพัฒนาและโครงการระดับโลกต่างๆ ถึงแม้ว่ากระแสชาตินิยมทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น แต่ผู้ตอบแบบสอบถาม 75% ยังสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศหากพิสูจน์ได้ว่านำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้น 9 ใน 10 ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าความร่วมมือระดับโลกมีความจำเป็นต่อการแก้ปัญหาการว่างงาน ส่วน 92% อยากให้มีความร่วมมือในด้านการค้าและการพัฒนาเศรษฐกิจ 93% อยากเห็นความร่วมมือทางด้านอาหารและความมั่นคงทางน้ำ และสุดท้าย 91% อยากเห็นความร่วมมือระดับโลกในเรื่องสาธารณสุข
อย่างไรก็ตาม ผู้ตอบแบบสอบถามมีความเชื่อมั่นในสถาบันโลกน้อยลง ผู้ตอบแบบสอบถามแค่ 58% ยังคงเชื่อมั่นในยูเอ็น และ 60% ยังเชื่อมั่นในองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) และเพียง 44% เชื่อมั่นในไอเอ็มเอฟ
เพื่อประสานช่องว่างนั้น มูลนิธิร็อกกีเฟลเลอร์ได้เปิดตัวโครงการริเริ่ม The Shared Future มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อมุ่งฟื้นฟูความร่วมมือระหว่างประเทศ จัดโครงสร้างเรื่องสาธารณสุขโลก และระบบอาหารเพื่อมนุษยธรรม
นายราจิฟ ชาห์ ประธานมูลนิธิร็อกกีเฟลเลอร์กล่าวว่า ผลสำรวจชี้ว่าผู้คนต้องการแนวทางใหม่ที่มีความชาญฉลาดมากขึ้นและมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นเพื่อแทนที่สถาบันระหว่างประเทศและระบบต่างๆ ที่มีอยู่เดิม เพราะสถาบันต่างๆ ที่มีส่วนช่วยยกระดับชีวิตของมนุษย์ในศตวรรษที่ 20 ไม่สามารถแก้ไขความท้าทายในศตวรรษที่ 21 ได้ นี่จึงเป็นโอกาสดีที่จะต่อยอดในสิ่งที่ทำแล้วได้ผล หรือเริ่มความเป็นหุ้นส่วนใหม่และใช้เทคโนโลยีใหม่ช่วยเหลือกลุ่มคนเปราะบางของโลก

