ฝรั่งเศสนัดหยุดงาน ประท้วงเดือด ไม่พอใจรัฐตัดงบสาธารณะ
ชาวฝรั่งเศสหลายพันคน ซึ่งรวมถึงพยาบาลในโรงพยาบาลปารีส อายา ตูเร ออกมาร่วมเดินขบวนร่วมกับผู้ประท้วงอีกหลายพันคน เมื่อวันที่ 18 กันยายน เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง พร้อมยืนยันว่า การแต่งตั้งนายเซบาสเตียน เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ไม่ได้ช่วยอะไรเลย
การนัดหยุดงานที่ทำให้ระบบรถไฟใต้ดินปารีสแทบหยุดชะงัก และยังส่งผลกระทบการบริการอื่นๆ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ผู้เดินขบวนยังมีการปะทะกับตำรวจซึ่งยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ประท้วง ที่แสดงจุดยืนของพวกเขาอย่างชัดเจนว่า ไม่พอใจต่อการบริหารประเทศของมาครงตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อภาคธุรกิจนั้น และทำให้คนเพียงไม่กี่กลุ่มได้รับประโยชน์ แต่กลับสร้างความเสียหายให้กับผู้คนจำนวนมาก
รัฐบาลระบุว่าได้ระดมกำลังตำรวจ ราว 80,000 นายทั่วประเทศ เพื่อรักษาความสงบในวันพฤหัสบดี ตำรวจได้รับคำสั่งให้สลายการปิดถนนและความพยายามอื่นๆ ที่ขัดขวางไม่ให้ประชาชนที่ไม่ได้เข้าร่วมประท้วงสามารถใช้ชีวิตของพวกเขาตามปกติได้
ตำรวจกรุงปารีสได้ใช้แก๊สน้ำตาสลายการปิดล้อมอู่รถบัสในช่วงรุ่งเช้า และระดมกำลังจำนวนมากเข้าควบคุมการชุมนุมใหญ่ในช่วงบ่าย โดยมีรถหุ้มเกราะสนับสนุน พร้อมทั้งยิงแก๊สน้ำตาเพิ่มเติม ขณะที่สื่อฝรั่งเศสรายงานว่ามีการปะทะประปรายในเมืองทางตะวันตกอย่าง น็องต์ และ แรนส์ รวมถึงที่เมือง ลียง ทางตะวันออกเฉียงใต้ โดยตำรวจต้องยิงแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม ขณะที่เจ้าหน้าที่ถูกปาข้าวของใส่
คนงานรถไฟที่นัดหยุดงานโบกพลุควันสีแดงบุกเข้าไปในสำนักงานใหญ่ของกระทรวงเศรษฐกิจที่ปารีสชั่วครู่หนึ่ง ปล่อยควันทิ้งไว้ในนั้น ก่อนจะล่าถอยออกมา
กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสรายงานว่า นับจนถึงบ่ายวานนี้ มีการจับกุมผู้ประท้วง 181 รายทั่วประเทศ ขณะที่จำนวนผู้ออกมาชุมนุมนอกกรุงปารีสมีมากกว่า 450,000 คน โดยมีการประท้วงทั้งในเมืองใหญ่และเมืองเล็ก ขณะที่ตำรวจปารีสระบุว่ามีผู้ร่วมเดินขบวนอีก 55,000 คน ในกรุงปารีส ด้านสหภาพแรงงาน CGT ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จัดการนัดหยุดงานและการชุมนุม ประเมินตัวเลขสูงกว่าตำรวจถึงสองเท่า โดยระบุว่ามีผู้ประท้วงและผู้หยุดงานทั่วประเทศกว่า 1 ล้านคน
วันแห่งความโกลาหลในประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสหภาพยุโรปแห่งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ และมาครง ผู้เป็นเจ้านายของเขา โดยทั้งคู่กำลังเผชิญศึกใหญ่ทั้งในสภาและบนท้องถนน เกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาขาดดุลงบประมาณของฝรั่งเศส โดยฝ่ายต่อต้านคัดค้านข้อเสนอที่จะตัดงบประมาณด้านบริการสาธารณะ ซึ่งเป็นรากฐานของการดำชีวิตตามวิถีชาวฝรั่งเศส
ฝ่ายต่อต้านมาครงระบุว่า บริการสาธารณะที่ใช้เงินภาษีสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนและโรงพยาบาลรัฐที่บริการฟรี การบริการสุขภาพที่ได้รับเงินอุดหนุน สวัสดิการสำหรับผู้ว่างงาน และระบบสวัสดิการอื่นๆ ซึ่งชาวฝรั่งเศสภาคภูมิใจ กำลังถูกกัดกร่อนโดยรัฐบาลที่เผชิญวิกฤตอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่มาครงตัดสินใจยุบสภาในปี 2024 และจัดการเลือกตั้งใหม่ ส่งผลให้สภาล่างเต็มไปด้วยฝ่ายตรงข้ามประธานาธิบดี
พรรคฝ่ายซ้ายและผู้สนับสนุนเรียกร้องให้คนรวยและภาคธุรกิจจ่ายภาษีมากขึ้น เพื่อช่วยลดหนี้สาธารณะ แทนที่จะหันไปเลือกใช้การตัดงบประมาณด้านสาธารณูปโภค ที่พวกเขาเชื่อว่าจะกระทบคนทำงานค่าจ้างต่ำและชนชั้นกลาง
ชาวฝรั่งเศสจำนวนมากพากันบ่นถึง ความยากจนที่เพิ่มขึ้น ความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงขึ้น และการที่พวกเขาต้องดิ้นรนมากขึ้นเพื่อหาเลี้ยงชีพ
ในขณะที่พยายามหาการสนับสนุนมาตรการรัดเข็มขัด เลอกอร์นูได้ปรับลดสิทธิประโยชน์ตลอดชีพของอดีตรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเพียงมาตรการเชิงสัญลักษณ์ที่ไม่ได้ช่วยประหยัดเงินมากนัก และยังยกเลิกข้อเสนอสุดไม่เป็นที่นิยมที่จะ ตัดวันหยุดนักขัตฤกษ์ 2 วัน เพื่อเพิ่มรายได้อีกด้วย เขายังได้พบกับผู้นำฝ่ายค้านและสหภาพแรงงานเพื่อพยายามสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณ แต่ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับมาครงทำให้เขาตกเป็นเหยื่อและถูกโจมตีไปด้วย

