เอกสารเผย คนงานเกาหลีใต้ขอ ESTA เข้าสหรัฐ เมินยื่นวีซ่าธุรกิจ ก่อนถูก ICE รวบคาโรงงาน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สืบเนื่องจากกรณีที่คนงานชาวเกาหลีใต้กว่า 300 คนของโรงงานแบตเตอรี่รถยนต์ฮุนได ที่เมืองซาวานาห์ รัฐจอร์เจีย ถูกเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐ (ICE) บุกจับกุมคาโรงงานเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งทาง ICE อ้างว่าคนงานกลุ่มดังกล่าวเข้ามาทำงานอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายนั้น ล่าสุด มีการเปิดเผยเอกสารภายในของบริษัท LG Energy Solution ที่ร่วมมือกับฮุนไดในการสร้างโรงงานดังกล่าว พบว่ามีการแนะนำให้คนงานที่จะเดินทางด้วยวัตถุประสงค์ทางธุรกิจในสหรัฐอเมริกา ยื่นเข้าโครงการงดเว้นวีซ่าที่ชื่อ Electronics System for Travel Authorization (ESTA) แทนที่จะยื่นขอวีซ่าธุรกิจประเภท B-1
ESTA เป็นโครงการงดเว้นวีซ่าที่เริ่มใช้ก่อนที่โดนัลด์ ทรัมป์ จะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจะอนุญาตให้ผู้ถือ ESTA พำนักอยู่ในสหรัฐเป็นเวลา 90 วัน หรือครึ่งหนึ่งของจำนวนวันของวีซ่าประเภท B-1 แต่ทั้ง ESTA และ B-1 มีการกำหนดประเภทของงานที่ผู้ถือสามารถทำได้ และไม่สามารถยื่นขอได้ซ้ำหลายครั้ง
คำแนะนำแก่พนักงานของ LG Energy Solution ที่ลงวันที่เดือนสิงหาคม 2023 แนะนำให้พนักงานที่จะเดินทางไปสหรัฐด้วยเหตุผลทางธุรกิจ ให้หลีกเลี่ยงการขอวีซ่าธุรกิจประเภท B-1 และยื่นขอ ESTA แทน เพราะอัตราการถูกปฏิเสธวีซ่า B-1 ค่อนข้างสูง และหากถูกปฏิเสธวีซ่าดังกล่าวจะไม่สามารถยื่นขอ ESTA ได้ นอกจากนั้น ยังแนะนำให้พนักงานแต่งตัวสุภาพเมื่อไปสัมภาษณ์กับฝ่ายกงสุลของสหรัฐ และนำจดหมายเชิญจากพันธมิตรทางธุรกิจในสหรัฐไปด้วย รวมถึงหลีกเลี่ยงการพูดว่า “ทำงาน” ในการสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่กงสุล เพราะการใช้คำว่า “ทำงาน” เพื่ออธิบายวัตถุประสงค์ของการเดินทางอาจทำให้เกิดพิรุธและอาจทำให้ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าสหรัฐได้ แต่การขอ ESTA มากเกินไปหรืออยู่ในสหรัฐนานถึง 2 – 3 เดือนต่อครั้งอาจทำให้ถูกปฏิเสธการเข้าประเทศได้เช่นกัน
เจ้าหน้าที่ของทางการสหรัฐบอกว่า คนงานเกาหลีใต้ที่ถูกจับกุมที่โรงงานแบตเตอรี่รถยนต์ฮุนไดที่รัฐจอร์เจีย มีการดำเนินกิจกรรมที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตที่วีซ่าอนุญาตหรือพำนักอยู่เกินที่วีซ่ากำหนด และข้อมูลของ LG บอกว่าคนงานเกาหลีใต้ที่ถูกจับกุมประมาณครึ่งหนึ่ง เข้ามาในสหรัฐโดยใช้ ESTA อย่างไรก็ตาม ทนายความของคนงานเกาหลีใต้บางส่วนบอกว่าพวกเขาเข้ามาทำกิจกรรมในสหรัฐที่ได้รับอนุญาตแล้วอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งกิจกรรมต่างๆ อาทิ การฝึกสอนคนงานก่อสร้างชาวสหรัฐ อยู่ภายใต้การงดเว้นวีซ่า ESTA และวีซ่าประเภท B-1
ทาง LG บอกกับรอยเตอร์ว่า พนักงานที่เดินทางด้วยวัตถุประสงค์ทางธุรกิจเพื่อติดตั้งเครื่องจักร หรือจัดตั้งกระบวนการผลิตหรือถ่ายทอดความรู้ให้กับคนงานท้องถิ่น กิจกรรมเหล่านี้ล้วนอยู่ในขอบเขตที่ ESTA หรือวีซ่า B-1 อนุญาต
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐของทรัมป์ส่งสัญญาณว่าจะปรับเปลี่ยนนโยบายวีซ่าเพื่อสอดรับกับการลงทุนจากเกาหลีใต้ แต่การใช้โครงการงดเว้นวีซ่า ESTA แทนที่จะยื่นขอวีซ่ายิ่งทำให้เกิดความเสี่ยงต่อบริษัทเกาหลีใต้ที่จะมาตั้งโรงงานในสหรัฐ และคนงานเกาหลีใต้บางส่วนใช้ ESTA ในการพำนักอยู่ในสหรัฐนานสุด 90 วันก่อนที่จะกลับเข้ามาอีกครั้งเพื่อทำงานต่อ แต่การทำเช่นนี้อาจเกิดความเสี่ยงถูกปฏิเสธเข้าประเทศได้
LG คาดหวังว่ารัฐบาลของเกาหลีใต้และสหรัฐจะมีการตีความเกี่ยวกับขอบเขตที่ชัดเจนเกี่ยวกับการทำงานภายใต้วีซ่า B-1/B-2 และ ESTA ว่าอะไรที่ผู้ถือเอกสารเข้าประเทศในลักษณะดังกล่าวสามารถทำได้ และหวังว่าจะมีการปรับปรุงระบบวีซ่าให้เหมาะสมกับการลงทุนโดยเร็ว

