ปธน.โสมขาวชี้ ข้อเรียกร้องลงทุนมะกัน ส่อทำศก.ประเทศพังคล้ายปี 40 หากไร้การควบคุมที่ดี
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีอี แจมยอง ของเกาหลีใต้กล่าวเมื่อวันที่ 21 กันยายน ว่าหากรัฐบาลเกาหลีใต้ยอมทำตามข้อเรียกร้องของสหรัฐในเรื่องการค้าโดยไม่มีมาตรการป้องกันที่ดี จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศดำดิ่งสู่วิกฤตคล้ายกับในปี 1997
เกาหลีใต้และสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงการค้าในเดือนกรกฎาคม ทำให้สหรัฐคิดภาษีศุลกากรแก่สินค้าเกาหลีใต้ในอัตราที่ต่ำลง แต่เกาหลีใต้จะต้องลงทุนในสหรัฐเป็นเงิน 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 11 ล้านล้านบาท ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐและรัฐบาลจะเลือกได้ว่าจะนำเงินดังกล่าวไปลงทุนในด้านใด และโครงการลงทุนใดๆ ที่จะเกิดขึ้นจะต้องสามารถทำกำไรได้ แต่ทั้งสองประเทศยังไม่มีการจรดปากกาลงนามข้อตกลงอย่างเป็นทางการ เพราะยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าจะควบคุมการลงทุนดังกล่าวได้อย่างไร
ประธานาธิบดีอีเผยว่าได้เสนอให้มีการทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับสหรัฐ เพื่อลดผลกระทบจากการลงทุนที่อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดภายในประเทศและค่าเงินวอนในประเทศ หากไม่มีการสวอปเงินตราต่างประเทศและเกาหลีใต้จะต้องถอนเงินออกมา 350,000 ล้านดอลลาร์ตามที่สหรัฐเรียกร้อง และลงทุนเงินทั้งหมดนี้ในสหรัฐในรูปของเงินสด เกาหลีใต้จะตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับที่เคยเกิดวิกฤตการเงินในปี 1997
จนถึงตอนนี้สหรัฐยังไม่ได้ออกมาแสดงจุดยืนว่าจะยอมรับข้อเสนอนี้ของเกาหลีใต้หรือไม่ นายฮาวเวิร์ต ลุตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์ของสหรัฐกล่าวว่า เกาหลีใต้ควรทำตามแบบอย่างข้อตกลงระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่น และต้องเลือกว่าจะยอมรับข้อตกลงหรือจะจ่ายภาษี แต่ผู้นำเกาหลีใต้กล่าวว่าเกาหลีใต้ไม่เหมือนญี่ปุ่น ตรงที่ญี่ปุ่นมีทุนสำรองระหว่างประเทศมากกว่าเกาหลีใต้กว่า 2 เท่า และมีสวอปไลน์กับสหรัฐ
ประธานาธิบดีอีบอกว่า การบรรลุข้อตกลงในรายละเอียดที่รับประกันได้ว่ามันจะมีความสมเหตุสมผลในทางพาณิชย์คือภารกิจหลักในเวลานี้ แต่ก็เป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดเช่นกัน ข้อเสนอต่างๆ ที่มีการหยิบยกมาพูดคุยในการหารือระดับเจ้าหน้าที่คณะทำงานไม่สามารถรับประกันเรื่องความเป็นไปได้ทางการค้า ทำให้การหาจุดยืนร่วมกันยังทำได้ยาก ขณะที่นายคิม ยองบยอม ที่ปรึกษาด้านนโยบายของประธานาธิบดีเกาหลีใต้บอกเมื่อเดือนกรกฎาคมว่า จะต้องมีกลไกความปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยงทางการเงิน และสนับสนุนโครงการที่มีความเป็นไปได้ทางการค้าม ากกว่าการให้เงินสนับสนุนแก่โครงการต่างๆ อย่างไม่มีเงื่อนไข
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีอียังไม่มีกำหนดพบหารือกับประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐที่นครนิวยอร์ก ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ และการเจรจาการค้าไม่ได้อยู่ในประเด็นของการเดินทางเข้าประชุมในครั้งนี้ แต่อีย้ำว่า เราจะะต้องไม่ปล่อยให้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ลากยาวออกไปมากกว่านี้

