กลุ่มเอ็นจีโอ ผนึกกำลังจี้รบ.อินโด ระงับโครงการอาหารฟรี หลังเด็กป่วยอาหารเป็นพิษอื้อ
เมื่อวันที่ 22 กันยายน สำนักรอยเตอร์รายงานว่า องค์กรไม่แสวงผลกำไร(เอ็นจีโอ)ด้านสุขภาพหลายองค์กร ประสานเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย ระงับโครงการอาหารโรงเรียนฟรีซึ่งเป็นโครงการเรือธงของรัฐบาลปราโบโวลงชั่วคราว หลังจากเกิดกรณีล่าสุดที่มีเด็กนักเรียนล้มป่วยจากอาหารเป็นพิษมากถึง 500 คนเมื่อไม่กี่วันก่อน
คณะกรรมการกำกับดูแลด้านสุขภาพของรัฐสภาอินโดนีเซียได้รับฟังการสรุปข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับโครงการนี้จากกลุ่มเอ็นจีโอ 6 องค์กร ซึ่งรวมถึงศูนย์เพื่อความริเริ่มพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์อินโดนีเซีย(CISDI) แนวร่วมเพื่อสุขภาพแม่และเด็ก และ เครือข่ายเพื่อการเฝ้าระวังทางการศึกษา
โดยนายยูเบอิด มาตราจี หัวหน้าเครือข่ายเฝ้าระวังทางการศึกษา(JPPI) หนึ่งในกลุ่มเอ็นจีโอที่เรียกร้องดังกล่าว ได้กล่าวต่อคณะกรรมการฯชุดนี้ ว่า อาหารเป็นพิษจากโครงการอาหารฟรีในโรงเรียนได้ส่งผลกระทบต่อเด็กทั่วประเทศแล้วราว 6,452 คน ซึ่งถือเป็น “ความล้มเหลวของระบบ” รัฐบาลจะต้องยุติโครงการนี้เพื่อให้มีการกำกับดูแลที่เข้มแข็งขึ้น
ด้านกลุ่ม CISDI ที่ได้เสนอให้ระงับโครงการดังกล่าว แสดงความกังวลว่า รัฐบาลไม่มีการตั้งกลไกใดๆ เพื่อประเมินครัวประกอบอาหารที่เกี่ยวข้องกับกรณีที่เกิดเหตุอาหารเป็นพิษในโรงเรียน หรือป้องกันเกิดการระบาดของโรคอาหารเป็นพิษ
กลุ่มเอ็นจีโอเหล่านี้ยังเรียกร้องให้สำนักงานโภชนาการแห่งชาติ ที่ดำเนินโครงการอาหารโรงเรียนฟรี ดูแลเอาใจใส่เกี่ยวกับคุณค่าทางโภชนาการของอาหารที่จัดหาให้แก่เด็กนักเรียนด้วย โดยชี้ว่าเมนูอาหารส่วนใหญ่ยังคงใช้วัตถุดิบที่ผ่านการแปรรูปเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพ
“การแจกอาหารที่ผ่านการแปรรูปอย่างมากนั้น ได้เปลี่ยนแปลงเป้าหมายสำคัญของการจัดหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและอาจทำให้เกิดโรคที่ไม่ติดต่อขึ้นได้” แพทย์หญิงตัน ชอตเยน จากแนวร่วมเพื่อสุขภาพแม่และเด็กกล่าว และว่า ทางองค์กรของเธอเสนอให้ระงับโครงการอาหารฟรีในที่ที่เกิดกรณีอาหารเป็นพิษ
ทั้งนี้ โครงการอาหารโรงเรียนฟรี ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายเรือธงของรัฐบาลปราโบโว มีมูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐนั้น ได้แจกจ่ายไปถึงผู้รับแล้วมากกว่า 20 ล้านคนนับจากการเริ่มต้นโครงการนี้เมื่อเดือนมกราคมปีนี้ และกำลังขยายออกไปอย่างรวดเร็วที่จะไปถึงมือผู้หญิงและเด็กจำนวน 83 ล้านคนในปลายปีนี้ แต่โครงการนี้ก็เผชิญกับความเสื่อมถอยในเรื่องของการจัดหาและการเตรียมการ

