ไต้หวันอ่วม รากาซาทำดับ 14 สูญหาย 124 หลังน้ำ 60 ล้านตันล้นเขื่อน ท่วมทั้งหมู่บ้าน
ซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซา ซึ่งเป็นพายุโซนร้อนที่รุนแรงที่สุดในโลกของปีนี้พัดถล่มไต้หวันตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน โดยมีรายงานว่าที่เขตฮัวเหลียนทางตะวันออกของเกาะไต้หวัน ทะเลสาบกั้นน้ำบนภูเขาเอ่อล้นจนทะลักเข้าท่วมเมืองแห่งหนึ่งในวันที่ 23 กันยายน เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 14 ราย และสูญหายอีก 124 คน
พายุฝนตกหนักเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในไต้หวันตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา แม้ว่าจะเป็นเพียงผลกระทบจากขอบด้านนอกของไต้ฝุ่นรากาซา แต่ก็ยังทำให้มีฝนตกหนักทั่วทั้งเกาะ กระทั่งทำให้เขื่อนกั้นน้ำพังทลายหลังมีดินถล่ม ส่งผลให้มวลน้ำขนาดมหึมาไหลบ่าท่วมตำบลกวงฝู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงระบุว่า ผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายทั้งหมดอยู่ในตำบลดังกล่าว
หวัง เจ๋ออัน หัวหน้าหมู่บ้าน กล่าวว่า หมู่บ้านต้าหม่า ที่มีประชากรราว 1,000 คน ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลกวงฝู่ ถูกน้ำท่วมทั้งหมดและมีชาวบ้านจำนวนมากยังคงติดค้างอยู่ในพื้นที่ สถานการณ์ในพื้นที่ขณะนี้วุ่นวายมาก สิ่งสำคัญที่สุดคือการพาผู้คนไปยังที่พักพิงที่ปลอดภัย เนื่องจากเสบียงยังเข้าไปไม่ถึงพื้นที่ประสบภัย
ทีมกู้ภัยจากหลายพื้นที่ทั่วไต้หวันถูกส่งเข้าไปยังเขตฮัวเหลียน ขณะที่กองทัพได้ส่งทหาร 340 นายเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่แล้วเช่นกัน
ข้อมูลจากทางการระบุว่า ประชาชนราว 5,200 คน หรือประมาณ 60% ของประชากรตำบลกวงฝู่ ได้อพยพขึ้นไปอยู่ชั้นบนของบ้านตนเอง ขณะที่ที่เหลือส่วนใหญ่ไปพักอาศัยกับครอบครัว
ด้านรัฐบาลประเมินว่าทะเลสาบซึ่งเป็นเขื่อนกั้นน้ำแห่งนี้กักเก็บน้ำไว้ราว 91 ล้านตัน ซึ่งเพียงพอที่จะเติมเต็มสระว่ายน้ำมาตรฐานโอลิมปิกได้ประมาณ 36,000 สระ การล้นทะลักของน้ำในครั้งนี้ปล่อยน้ำออกมาราว 60 ล้านตัน
เขตฮัวเหลียนมีชื่อเสียงด้านธรรมชาติที่งดงาม ทำให้เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของไต้หวัน และยังเป็นที่อยู่อาศัยของชนพื้นเมืองหลายกลุ่ม
ไต้ฝุ่นรากาซายังพัดถล่มฮ่องกงด้วยลมแรงระดับเฮอร์ริเคนและทำให้เกิดฝนตกหนักในวันพุธ ถนนหนทางบนเกาะฮ่องกงร้างผู้คน เนื่องจากทางการสั่งให้ประชาชนอยู่ภายในอาคาร ขณะที่คลื่นยักษ์ซัดกระหน่ำชายฝั่งตะวันออกและใต้ของเกาะอย่างหนัก จนน้ำทะเลเข้าท่วมถนนและบ้านเรือนริมชายฝั่ง
ขณะที่เกาะรอบนอก เช่น เกาะลันเตา ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติฮ่องกง พบน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง ทั้งในพื้นที่ชายหาดและพื้นที่ป่า
หอสังเกตการณ์ฮ่องกงเตือนว่า พื้นที่ที่เคยปลอดภัยอาจจะกลายเป็นพื้นที่เสี่ยง ทะเลจะมีคลื่นสูงจำนวนมาก

