หน้าแรก ต่างประเทศ สตาร์บัคส์ ปร...

สตาร์บัคส์ ปรับโครงสร้างองค์กร ปิดสาขาที่ยอดขายไม่ดี รวมทั้งร้านที่ซีแอตเติล หลังยอดขายลดต่อเนื่อง

26.09.25 | 11:20 น.
REUTERS/Mike Blake/File Photo

สตาร์บัคส์ ปรับโครงสร้างองค์กร ปิดสาขาที่ยอดขายไม่ดี รวมทั้งร้านที่ซีแอตเติล หลังยอดขายลดต่อเนื่อง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 กันยายน ไบรอัน นิคคอล ซีอีโอคนใหม่ของสตาร์บัคส์ ร้านกาแฟชื่อดังระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาประกาศปรับโครงสร้างองค์กร โดยจะมีการปิดสาขาที่ทำยอดขายได้ไม่ดีในแถบอเมริกาเหนือ รวมถึงร้าน Roastery ซึ่งเป็นสาขาสำคัญในนครซีแอตเติลด้วย และคาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อฟื้นฟูยอดขายของบริษัทที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

โดยภายในสิ้นปีงบประมาณ 2025 จำนวนสาขาทั้งหมดของสตาร์บัคส์ ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา จะลดลง 1 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นจำนวนหลายร้อยสาขา ซึ่งนายนิคคอล กำลังพยายามจะนำบรรยากาศแบบร้านกาแฟดั้งเดิมให้กลับคืนมา เพื่อดึงดูดลูกค้าให้กลับเข้าร้านอีกครั้ง หลังจากที่ยอดขายในสหรัฐลดลงติดต่อกันถึง 6 ไตรมาส

ท่ามกลางร้านที่ถูกปิดนั้น มีสาขาหลักในซีแอตเติล ที่พนักงานได้มีการรวมตัวกันจัดตั้งสหภาพแรงงานอยู่ด้วย และเป็นร้านขนาดใหญ่ที่มีโรงคั่วกาแฟในตัว ซึ่งทางสตาร์บัคส์ยืนยันแล้วว่า สาขาดังกล่าวถูกปิดลงด้วย

ขณะที่ทางสตาร์บัคส์ ได้มีการเจรจากับกลุ่มสหภาพแรงงาน ที่เป็นตัวแทนของบาริสต้ากว่า 12,000 คน ตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ และเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา สมาชิกบางส่วนของสหภาพได้หยุดงานประท้วงในหลายเมืองทั่วสหรัฐอเมริกา เป็นการนัดหยุดงานที่กินเวลาหลายวันในช่วงเทศกาลวันหยุดที่มีลูกค้ามากที่สุด

Advertisement

ทั้งนี้ พนักงานสาขาที่ซีแอตเติล ซึ่งอยู่ใกล้กับสำนักงานใหญ่ ได้ลงคะแนนเสียงให้มีการจัดตั้งสหภาพแรงงานในปี 2022 และสหภาพก็ได้จัดการประท้วงที่หน้าร้าน เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา เนื่องจากข้อพิพาทในการเจรจาสัญญาจ้างงาน

สหภาพยังได้ยืนยันอีกว่า สาขาที่มีการจัดตั้งสหภาพแรงงานในนครชิคาโก บนถนนริดจส์ อเวนิว ก็ถูกปิดเช่นกัน โดยสหภาพระบุว่า บาริสต้าที่ร้านดังกล่าวได้ออกมาประท้วงที่หน้าร้านเมื่อเช้าวันที่ 25 กันยายน ซึ่งเป็นการนัดหมายก่อนที่จะทราบเรื่องการปิดร้าน

starbucks
บรรยากาศหน้าร้านสตาร์บัคส์ ในนครซีแอตเติล สหรัฐอเมริกา ที่ปิดให้บริการลง เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2025 (REUTERS/David Ryder)

โดยบาริสต้าที่มาร่วมประท้วงนั้น มาจากร้านต่างๆทั่วทั้งพื้นที่นครชิคาโก โดยดิเอโก ฟรังโก ซึ่งมาจากร้านในชานเมืองเดสเพลนส์ กล่าวว่า “เรามาที่นี่เพื่อเตือนบริษัทว่า คนที่ดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาในร้านจริงๆคือพวกเราเหล่าพนักงาน”

โฆษกของสตาร์บัคส์ กล่าวว่า สถานะการจัดตั้งสหภาพแรงงานของร้านค้า ไม่ใช่องค์ประกอบในการตัดสินใจปิดสาขา

ขณะที่สหภาพแรงงานสตาร์บัคส์ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การปิดสาขาดังกล่าว ในแถลงการณ์ ตอนหนึ่ง ระบุว่า ตอนนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ทำไมบาริสต้าที่สตาร์บัคส์ ถึงต้องมีสหภาพคอยหนุนหลัง พร้อมเสริมว่า ทางสหภาพมีแผนที่จะเจรจาเพื่อให้พนักงานที่ได้รับผลกระทบสามารถย้ายไปทำงานที่ร้านอื่นได้

ด้านนักวิเคราะห์จาก ทีดี โคเวน ประเมินว่า การปรับโครงสร้างองค์กรครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อร้านค้าของบริษัทในอเมริกาเหนือประมาณ 500 แห่ง

ข่าวระบุว่า ในปีแรกของการทำงาน ไบรอัน นิคคอล ได้มุ่งเน้นไปที่การลงทุนในร้านสาขาของสตาร์บัคส์ เพื่อลดระยะเวลาการให้บริการและฟื้นบรรยากาศแบบร้านกาแฟ นอกจากนี้ยังมีการปรับลดตำแหน่งผู้บริหารระดับกลางลงด้วย

ทั้งนี้ สตาร์บัคส์ ประสบปัญหายอดขายในสหรัฐลดลงอย่างต่อเนื่องหลายไตรมาส เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มเลือกมากขึ้น และมีการแข่งขันสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อกาแฟที่มีราคาสูงขึ้น

โดยนิคคอล ได้กล่าวในจดหมายถึงพนังานว่า จากการทบทวน เราพบว่า มีร้านกาแฟบางแห่งที่เราไม่สามารถสร้างบรรยากาศทางกายภาพที่ลูกค้าและพาร์ทเนอร์ของเราคาดหวังได้ หรือมองไม่เห็นเส้นทางที่จะทำผลกำไรได้ และร้านเหล่านี้จะถูกปิดลง

นิคคอล กล่าวว่า บริษัทจะปิดปีงบประมาณด้วยจำนวนร้านสตาร์บัคส์ทั้งหมดในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาเกือบ 18,300 แห่ง ซึ่งรวมทั้งร้านที่บริษัทเป็นเจ้าของและร้านแฟรนไชส์ ตัวเลขนี้ลดลงจาก 18,734 แห่ง ที่แจ้งไว้ในเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

starbucks
REUTERS/David Ryder

โดยบริษัทคาดว่า การปิดร้านส่วนใหญ่จะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีงบประมาณนี้ ส่งผลให้จำนวนร้านที่บริษัทเป็นเจ้าของในอเมริกาเหนือลดลงประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์

แอนดรูว์ ชาร์ลส์ นักวิเคราะห์จาก ทีดี โคเวน กล่าวว่า สตาร์บัคส์กำลังดำเนินมาตรการเชิงรุกมากขึ้นในการพลิกฟื้นธุรกิจ การปิดร้านมีจำนวนมากกว่าที่เราคาดไว้ ในขณะที่เราเชื่อว่าการปลดพนักงานเป็นไปตามกรอบงบประมาณแบบ zero-based ที่ฝ่ายบริหารได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ สตาร์บัคส์ได้ระบุไว้ในแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 25 กันยายน ว่า การปรับลดพนักงานจะเกิดขึ้นในส่วนของทีมสนับสนุนและบริษัทจะยกเลิกตำแหน่งที่เปิดรับสมัครอยู่หลายตำแหน่งด้วย โดย ณ วันที่ 29 กันยายน 2024 สตาร์บัคส์มีพนักงานในส่วนที่ไม่ใช่ร้านกาแฟในสหรัฐประมาณ 10,000 คน

นิคคอล กล่าวว่า นี่คือมาตรการที่สำคัญกว่าที่เราเข้าใจและจะส่งผลกระทบต่อพนักงานและลูกค้า ขณะเดียวกัน สตาร์บัคส์ ก็กำลังลงทุนในการปรับปรุงจำนวนพนักงานและนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อจัดลำดับการสั่งซื้อที่ร้านกาแฟให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า

ก่อนหน้านี้ บริษัทได้ประกาศยกเลิกตำแหน่งพนักงานในส่วนสำนักงานไป 1,100 ตำแหน่ง และในเดือนสิงหาคม ประกาศปรับขึ้นเงินเดือน 2 เปอร์เซ็นต์ ให้กับพนักงานประจำในอเมริกาเหนือทุกคน