หน้าแรก ต่างประเทศ ไมโครซอฟท์ระง...

ไมโครซอฟท์ระงับบริการบางส่วนของกองทัพอิสราเอล หลังพบใช้สอดแนมชาวปาเลสไตน์

26.09.25 | 16:41 น.
REUTERS/Mike Segar/Files/File Photo

ไมโครซอฟท์ระงับบริการบางส่วนของกองทัพอิสราเอล หลังพบใช้สอดแนมชาวปาเลสไตน์

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 กันยายน บริษัทไมโครซอฟท์ ออกมาประกาศว่า ไมโครซอฟท์ได้ปิดการใช้งานบริการบางอย่างที่กองทัพอิสราเอลใช้ หลังจากพบหลักฐานเบื้องต้นที่สนับสนุนการสืบสวนของสื่อที่เปิดเผยว่า มีการนำไปใช้เพื่อสอดแนมโทรศัพท์ของชาวปาเลสไตน์ครั้งใหญ่

โดยรายงานการสืบสวนร่วมกันที่เผยแพร่เมื่อเดือนสิงหาคม โดยการ์เดียนและสื่ออื่นๆ พบว่า หน่วยงานทหารของอิสราเอล ได้ใช้ซอฟต์แวร์ Azure ของไมโครซอฟท์ ในการจัดเก็บไฟล์บันทึกการใช้โทรศัพท์มือถือจำนวนนับไม่ถ้วนของชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยอยู่ในเขตเวสต์แบงก์และฉนวนกาซาที่ถูกอิสราเอลยึดครอง
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ไมโครซอฟท์ต้องดำเนินการทบทวนภายใน โดยแบรด สมิธ ประธานบริษัท ไมโครซอฟท์ ระบุในบล็อกของบริษัทว่า “เราไม่จัดหาเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกในการสอดแนมพลเรือนเป็นจำนวนมาก”

สมิธ กล่าวด้วยว่า การทบทวนยังคงดำเนินต่อไป แต่รายละเอียดเกี่ยวกับการใช้ความจุที่เก็บข้อมูล Azure ในเนเธอร์แลนด์ และการใช้บริการปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ ของกระทรวงกลาโหมอิสราเอล (IMOD) สนับสนุนรายงานของการ์เดียน และว่า การตัดสินใจ ยุติและปิดการใช้งานบัญชีสมาชิกของ IMOD ซึ่งรวมถึงการใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลคลาวด์และบริการเอไอบางอย่าง จะไม่ส่งผลกระทบต่อบริการความปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่ไมโครซอฟท์มีให้กับอิสราเอลและประเทศอื่นๆในตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ โฆษกของกระทรวงกลาโหมอิสราเอล แจ้งกับสำนักข่าว เอ็นบีซี นิวส์ ว่า ไม่มีความเห็นต่อการประกาศของไมโครซอฟท์ดังกล่าวแต่อย่างใด

Advertisement

ข่าวระบุว่า เมื่อผลการสืบสวนของสื่อถูกเผยแพร่ออกไป กองทัพอิสราเอลได้แจ้งกับการ์เดียนว่า กองทัพได้ทำงานร่วมกับบริษัทหลายบริษัท อย่างไมโครซอฟท์ ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของข้อตกลงที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลทางกฎหมาย ต่อมา กองทัพอิสราเอลกล่าวเพิ่มเติมว่า ไมโครซอฟท์ ไม่ได้และไม่เคยทำงานร่วมกับกองทัพอิสราเอลในการจัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูล

กลุ่มสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ เช่น สภาความสัมพันธ์อิสลามอเมริกัน (CAIR) และกลุ่มรณรงค์ที่นำโดยพนักงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ชื่อว่า No Azure for Apartheid ที่ออกมายินดีกับการตัดสินใจดังกล่าวของไมโครซอฟท์