หน้าแรก ต่างประเทศ ปธน.เกาหลีใต้...

ปธน.เกาหลีใต้ ทาบ ‘ทรัมป์’ ไกล่เกลี่ยสันติภาพสองโสม มุ่งลดตึงเครียด หวั่นซ้ำรอยรัสเซีย-ยูเครน

27.09.25 | 16:39 น.
แฟ้มภาพรอยเตอร์

ปธน.เกาหลีใต้ ทาบ ‘ทรัมป์’ ไกล่เกลี่ยสันติภาพสองโสม มุ่งลดตึงเครียด หวั่นซ้ำรอยรัสเซีย-ยูเครน

นายโช ฮยอน รัฐมนตรีต่างประเทศของเกาหลีใต้ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอพีเมื่อวันที่ 26 กันยายนว่า ประธานาธิบดีอี แจมยอง ของเกาหลีใต้ ได้ร้องขอให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ทำหน้าที่เป็น “ผู้ไกล่เกลี่ยเพื่อสันติภาพ” และใช้ภาวะผู้นำของเขาในการนำเกาหลีเหนือกลับสู่การเจรจา เพื่อลดความตึงเครียดทางทหารบนคาบสมุทรเกาหลี

รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้กล่าวอ้างว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ยินดีรับคำร้องขอนี้จากผู้นำเกาหลีใต้และแสดงความเต็มใจที่จะมีส่วนร่วมกับเกาหลีเหนืออีกครั้ง

“มันคงยอดเยี่ยมมาก หากพวกเขาจะได้พบกันในอนาคตอันใกล้ และประธานาธิบดีอี แจมยอง ได้แสดงความชัดเจนกับประธานาธิบดีทรัมป์แล้วว่าเขาจะไม่เป็นคนควบคุมสถานการณ์ แต่ขอให้ประธานาธิบดีทรัมป์เป็นผู้ไกล่เกลี่ยเพื่อสันติภาพและตัวเขาเองจะทำหน้าที่คุมจังหวะ ซึ่งเราไม่ขัดข้อง ตรงกันข้ามเราต้องการให้ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ภาวะผู้นำของเขาในการดึงเกาหลีเหนือสู่โต๊ะเจรจา” รัฐมนตรีต่างประเทศของเกาหลีใต้กล่าว

รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้กล่าวอีกว่า ประธานาธิบดีอีได้ขอให้ประธานาธิบดีทรัมป์เป็นผู้นำในการดำเนินการนี้ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงไปและมีความไม่แน่นอนมากขึ้น นับตั้งแต่รัสเซียทำสงครามรุกรานยูเครนในปี 2022 ด้วยเหตุนี้เราจึงกังวลไม่ต่างกันเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปะทะกันบนคาบสมุทรเกาหลี ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องหารือกับเกาหลีเหนือเพื่อลดความตึงเครียดทางทหาร อย่างน้อยที่สุดเราก็ต้องการมีสายด่วนถึงกัน

Advertisement

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการแสดงท่าทีหรือให้ความเห็นใดจากทำเนียบขาวต่อความเคลื่อนไหวนี้ของเกาหลีใต้

ทั้งนี้ทรัมป์และนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เคยมีมิตรภาพอันดีและเคยพบปะสุดยอดกัน 3 ครั้ง โดยครั้งหนึ่งเกิดขึ้นที่สิงคโปร์ ในเดือนมิถุนายนปี 2018 ที่ประเทศเวียดนามในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2019 ซึ่งทั้งทรัมป์และคิมมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือที่นำโดยสหรัฐ และการพบปะสุดยอดครั้งที่ 3 ในปีเดียวกันที่ชายแดนระหว่างสองเกาหลี ที่การเจรจานิวเคลียร์ระหว่างผู้นำทั้งสองประสบความล้มเหลว นับตั้งแต่นั้นผู้นำเกาหลีเหนือได้หลีกเลี่ยงปฏิสัมพันธ์ทางการทูตใดๆ กับสหรัฐและเกาหลีใต้