ปธน.อินโด ออกโรงป้อง ‘โครงการอาหารฟรี’ ชี้เคสป่วยอาหารเป็นพิษ สัดส่วนน้อยนิด
เมื่อวันที่ 29 กันยายน ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย กล่าวปกป้องโครงการอาหารฟรีของรัฐบาลตนเองที่จัดหาให้กับเด็กทั่วประเทศ หลังเกิดกรณีเด็กป่วยอาหารเป็นพิษไปแล้วมากกว่า 6,000 คนนับจากเริ่มดำเนินโครงการนี้มาตั้งแต่ต้นปี โดยปราโบโวชี้ว่าจำนวนเด็กที่ได้รับผลกระทบมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยและโครงการนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการปรับตัว
ประธานาธิบดีปราโบโวกล่าวถึงประเด็นร้อนในงานทางการเมืองงานหนึ่ง โดยยอมรับว่ามีข้อบกพร่องเกิดขึ้น เช่น กรณีอาหารเป็นพิษ “เราได้ตรวจนับอาหารทั้งหมดที่แจกจ่ายไปแล้ว ซึ่งจำนวนที่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นความคลาดเคลื่อน ข้อบกพร่องหรือความผิดพลาด คิดเป็นเพียง 0.00017% เท่านั้น”
ปราโบโวกล่าวต่อว่า โครงการนี้ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อป้องกันภาวะเด็กแคระแกร็น ได้ช่วยปรับปรุงภาวะโภชนาการของเด็กจำนวนมาก ทั้งยังทำให้เกิดการสร้างงาน รวมถึงเปิดโอกาสให้เกษตรกรและชาวประมงท้องถิ่นสามารถจำหน่ายผลผลิตของตนเองได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราพอใจแล้ว แต่ความพยายามของมนุษย์ในระดับที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ตนคิดว่าไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์โลก อย่างบราซิลใช้เวลาถึง 11 ปีกว่าจะสามารถให้ความช่วยเหลือถึงมือผู้รับได้ถึง 40 ล้านคน
ทั้งนี้หลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรีในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อหารือถึงแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดกรณีอาหารเป็นพิษของผู้คนจำนวนมากที่ได้รับอาหารฟรีจากโครงการนี้ขึ้นอีก ประธานาธิบดีปราโบโวก็ได้สั่งการโรงครัวแต่ละแห่งที่เข้าร่วมโครงการให้มีอุปกรณ์ทดสอบอย่างรวดเร็ว เพื่อตรวจสอบคุณภาพอาหาร เครื่องฆ่าเชื้อถาดอาหารและเครื่องกรองน้ำ ตลอดจนให้ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อให้รัฐบาลติดตามตรวจสอบได้
สำนักงานโภชนาการแห่งชาติของอินโดนีเซียเปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีโรงครัว 40 แห่งจากทั้งสิ้น 9,000 แห่งที่ร่วมอยู่ในโครงการนี้ ได้ถูกปิดไปหลังถูกตรวจพบว่าไม่ได้มาตรฐาน
กรณีเด็กป่วยอาหารเป็นพิษจำนวนมากซึ่งมีสาเหตุจากรับประทานอาหารจากโครงการนี้ได้จุดความไม่พอใจและก่อคำถามตามมามากมายในสังคม รวมถึงมาตรฐานความสะอาดปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ และทำให้มีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลระงับโครงการนี้ไปก่อน
โครงการนี้ของรัฐบาลปราโบโว มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งยังมอบอาหารฟรีให้กับสตรีมีครรภ์ด้วยนั้น ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมกราคม โดยมีผู้รับแล้วประมาณ 30 ล้านคน และตั้งเป้าที่จะขยายถึง 83 ล้านคนภายในสิ้นปีนี้

