รายแรกของสิงคโปร์ ชายเสียชีวิตจากถุงลมนิรภัยทาคาตะที่บกพร่อง หลังรถประสบอุบัติเหตุ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 กันยายน ศาลสิงคโปร์เผยผลการไต่สวนสาเหตุการเสียชีวิตของชายวัย 57 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุขณะขับรถบนทางด่วนในสิงคโปร์ เมื่อปี 2022 ที่ถูกพบว่าเสียชีวิตจากชิ้นส่วนโลหะแปลกปลอมที่พุ่งออกมาจากถุงลมนิรภัยทาคาตะที่ชำรุด ซึ่งถือเป็นบุคคลรายแรกในสิงคโปร์ที่เสียชีวิตจากถุงลมนิรภัยทาคาตะที่ชำรุด และมีการแจ้งให้ผู้ใช้เปลี่ยนทั่วโลก
ตามรายงานของรอยเตอร์เมื่อปี 2024 ระบุว่า ในช่วงสิบปีที่ผ่านมามีการเรียกคืนรถกว่า 100 ล้านคันทั่วโลก ที่ติดตั้งถุงลมนิรภัยทาคาตะที่มีความบกพร่อง ให้เข้าศูนย์เพื่อเปลี่ยนถุงลมนิรภัย ซึ่งรวมทั้งรถ 67 ล้านคัน ในสหรัฐอเมริกา
โดยในปัจจุบันประเทศสิงคโปร์ซึ่งมีการเรียกคืนรถที่ติดตั้งถุงลมนิรภัยที่มีปัญหา จำนวน 198,800 คัน มีรถที่เปลี่ยนถุงลมนิรภัยไปแล้วราว 94 เปอร์เซ็นต์
ซีเอ็นเอรายงานว่า ชายที่เสียชีวิตรายนี้คือ นายไมเคิล อ่อง อายุ 57 ปี ขับรถอยู่บนทางด่วน SLE ในสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2022 โดยเมื่อเวลาราว 20.00 น. เกิดเหตุรถชนกัน 6 คัน โดยรถของนายอ่อง เป็นคันที่ 5 รถไปกระแทกถูกรถคันข้างหน้า ทำให้ถุงลมนิรภัยทำงานอัตโนมัติ ขณะที่รถคันอื่นที่ประสบเหตุชนในครั้งนั้น ไม่มีรถคันไหนที่ถุงลมนิรภัยทำงานเลย
นายอ่องไม่ได้สติและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะเสียชีวิตในเช้าวันต่อมา ซึ่งผลการชันสูตรระบุว่า นายอ่องได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณศีรษะ เนื่องจากถูกวัตถุที่เป็นโลหะ ที่มีขนาดยาว 1.5 เซนติเมตร และเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.2 เซนติเมตร ซึ่งเชื่อว่าแตกออกมาจากวัตถุที่ติดอยู่ที่ถุงลมนิรภัยในรถ และพุ่งออกมาในมุมเฉียงขึ้นด้านบน
นายเฟอร์ดอส สุไลมาน เจ้าหน้าที่สืบสวนอาวุโสของสิงคโปร์ ที่รับผิดชอบดูแลคดีนี้ บอกกับศาลว่า ยังไม่เคยมีรายงานเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดจากถุงลมนิรภัยทาคาตะ ในสิงคโปร์มาก่อน ยกเว้นกรณีของนายอ่อง และยังบอกด้วยว่า บริษัท คาห์ มอเตอร์ ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายหลักของฮอนด้าในประเทศสิงคโปร์ ได้ย้ำว่า บริษัทไม่มีประวัติการเรียกคืนรถของนายอ่อง เนื่องจากไม่ใช่รถที่บริษัทขาย
โดยคาห์ มอเตอร์ แจ้งว่า ฮอนด้าได้เรียกคืนรถที่ติดตั้งถุงลมนิรภัยทาคาตะ ในช่วงปี 2012-2014 ซึ่งมีทั้งรุ่นซิวิค ซิตี้ แจ๊ส สตรีม และแอคคอร์ด ซึ่งผลิตขึ้นระหว่างปี 2002 ถึง 2011 และว่า ระหว่างปี 2012-2014 มีรถจำนวน 415 คัน จากทั้งหมดกว่า 2,100 คัน ที่ถูกจำหน่ายออกไปและถูกเรียกคืน จนถึงปัจจุบันได้รับการเปลี่ยนชิ้นส่วนแล้ว 410 คันจาก 415 คันที่ถูกเรียกคืน ซึ่งศาลได้รับฟังว่า เจ้าของรถอีก 5 คันที่เหลือยังไม่มีการตอบสนองต่อการเรียกคืนดังกล่าว
ขณะที่ตามรายงานของสำนักงานขนส่งทางบก (แอลทีเอ) ของสิงคโปร์ แสดงให้เห็นว่า รถของนายอ่องถูกจดทะเบียนเมื่อเดือนมีนาคม 2009 และนำเข้ามาและจำหน่ายโดยบริษัท หง ซิน มอเตอร์ ซึ่งไม่มีการเรียกคืนรถที่มีปัญหาเรื่องถุงลมนิรภัยแต่อย่างใด

