หน้าแรก ต่างประเทศ รบ.กลางสหรัฐ ...

รบ.กลางสหรัฐ เผชิญชัตดาวน์ หลังวุฒิสภาล้มเหลวผ่านร่างงบฯ ‘ทรัมป์’ ขู่ซ้ำลอยแพจนท.รัฐเพิ่ม จับตาผลกระทบ

1.10.25 | 10:45 น.
รอยเตอร์

รบ.กลางสหรัฐ เผชิญชัตดาวน์ หลังวุฒิสภาล้มเหลวผ่านร่างงบฯ ‘ทรัมป์’ ขู่ซ้ำลอยแพจนท.รัฐเพิ่ม จับตาผลกระทบ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายน รัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกากำลังมุ่งสู่ภาวะชัตดาวน์ หรือการปิดทำการของหน่วยงานรัฐบาลกลาง หลังจากการโหวตของสมาชิกวุฒิสภา(ซีเนต)เพื่อขยายระยะเวลาการจัดสรรงบประมาณก่อนถึงเส้นตายเที่ยงคืนนั้นประสบกับความล้มเหลว ท่ามกลางเสียงขู่จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ว่าจะขยายการปลดเจ้าหน้าที่รัฐเพิ่ม

โดยผลการลงคะแนนเสียงในวุฒิสภาปรากฎออกมา 55 ต่อ 45 เสียง ซึ่งไม่ถึง 60 เสียงที่จำเป็นในการผลักดันร่างกฎหมายงบประมาณดังกล่าว ส่งผลให้มีแนวโน้มว่าหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐจะต้องหยุดการดำเนินงานทั้งหมด ยกเว้นเฉพาะหน่วยงานที่จำเป็น เช่น การบังคับใช้กฎหมาย ที่จะเริ่มตั้งวันพุธที่ 1 ตุลาคม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทุกอย่าง ตั้งแต่การเดินทางทางอากาศไปจนถึงการจ้างงาน

รอยเตอร์รายงานว่า การหาทางออกในนาทีสุดท้ายแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เนื่องจากพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตยังไม่มีทีท่าว่าจะประนีประนอมกันได้ และข้อตกลงใดๆ ยังต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพรรครีพับลิกันคุมเสียงข้างมากอยู่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการเปิดประชุม

อย่างไรก็ดี นายจอห์น ธูน ประธานวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกัน กล่าวว่า วุฒิสภาจะลงมติอีกครั้งในวันพุธ(1 ต.ค.) เกี่ยวกับร่างกฎหมายที่ผ่านจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว

Advertisement

การเผชิญหน้ากันด้านงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว เนื่องจากการเมืองของประเทศที่มีความผันผวนมากขึ้น ครั้งนี้พรรคเดโมแครตยืนกรานว่าร่างกฎหมายงบประมาณใดๆ ต้องรวมเงินอุดหนุนด้านสาธารณสุขเพิ่มเติมเข้าไปด้วย ขณะที่พรรครีพับลิกันยืนกรานว่าทั้งสองประเด็นควรได้รับการจัดการแยกกัน

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ทำให้ปัญหายุ่งยากไปอีก โดยในวันอังคาร(30 ก.ย.) ก่อนหน้าที่จะมีการโหวตร่างกฎหมายงบประมาณในวุฒิสภา ทรัมป์ขู่ที่จะยกเลิกโครงการๆ ต่างที่พรรคเดโมแครตสนับสนุน และขู่จะไล่ออกเจ้าหน้าที่รัฐเพิ่มหากรัฐบาลกลางต้องชัตดาวน์ ซึ่งการเลิกจ้างเจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าว จะยิ่งทำให้รัฐบาลกลางสูญเสียบุคลากรที่มีความสามารถเพิ่มขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐมากกว่า 150,000 คน ที่มีกำหนดจะลาออกจากระบบเงินเดือนของรัฐบาลกลางในสัปดาห์นี้หลังจากรับเงินชดเชยการเลิกจ้าง ซึ่งนับเป็นการไหลออกของเจ้าหน้าที่รัฐครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 80 ปี จากที่ในปีนี้มีเจ้าหน้าที่รัฐหลายหมื่นคนที่ถูกปลดออกไปแล้ว

นอกจากนี้ทรัมป์ยังปฏิเสธที่จะใช้งบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์ที่สภาคองเกรสอนุมัติไว้ ทำให้สมาชิกพรรคเดโมแครตบางคนเริ่มตั้งคำถามว่าทำไมพวกเขาควรโหวตรับร่างกฎหมายงบประมาณใดๆ อีกต่อไป

ในบันทึกถึงเจ้าหน้าที่ที่กำลังจะถูกพักงานเมื่อเร็วๆ นี้ หน่วยงานหลายแห่ง รวมถึงกระทรวงยุติธรรมและสำนักงานประกันสังคม กล่าวหาว่าพรรคเดโมแครตเป็นต้นเหตุของการปิดหน่วยงานที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นการละเมิดบรรทัดฐานที่มีมายาวนานซึ่งมุ่งหมายที่จะปกป้องเจ้าหน้าที่รัฐจากแรงกดดันจากพรรคการเมือง

หน่วยงานต่างๆ ยังได้ออกแผนการชัตดาวน์อย่างละเอียด ซึ่งรวมถึงการปิดสำนักงานที่ทำการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การบริการลูกค้าและกิจกรรมอื่นๆ ที่ไม่จำเป็น พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่หลายหมื่นคนกลับบ้านไปโดยไม่ได้รับค่าจ้าง ขณะที่ทหาร เจ้าหน้าที่รักษาชายแดนและบุคลากรที่จำเป็นอื่นๆ ยังคงทำงานต่อไป แต่จะยังไม่ได้รับเงินเดือนจนกว่าสภาคองเกรสจะยุติการเผชิญหน้า

ครั้งล่าสุดที่รัฐบาลกลางสหรัฐเคยถูกชัตดาวน์มาแล้วเกิดขึ้นในปี 2018 และปี 2019 เป็นเวลา 35 วัน ในช่วงรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก สาเหตุเกิดจากความขัดแย้งเรื่องนโยบายคนเข้าเมือง การชัตดาวน์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐให้ได้รับความเสียหายมีมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 9.75 หมื่นล้านบาท) หรือคิดเป็น 0.02% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) จากข้อมูลของสำนักงานงบประมาณสภาคองเกรส

อย่างไรก็ดี ประเด็นขัดแย้งในครั้งนี้ คือ เงินจำนวน 1.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เป็นงบดำเนินงานสำหรับหน่วยงานต่างๆ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 1 ใน 4 ของงบประมาณรวมทั้งหมดที่มีมูลค่าทั้งสิ้น 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยงบประมาณที่เหลือส่วนใหญ่จะใช้ในโครงการด้านสุขภาพ การเกษียณอายุและการชำระดอกเบี้ยจากหนี้สาธารณะที่พุ่งขึ้นถึง 37.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

สายการบินต่างๆ พากันเตือนว่าการชัตดาวน์ของรัฐบาลกลาง อาจส่งผลให้เที่ยวบินต่างๆ ล่าช้า ขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐระบุว่าจะไม่ออกรายงานการว่างงานประจำเดือน ซึ่งเป็นมาตรวัดภาวะเศรษฐกิจที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด ส่วนสำนักงานบริหาธุรกิจขนาดย่อมระบุว่าจะยุติการปล่อยเงินกู้ และสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมระบุว่าจะระงับความพยายามในการกำจัดมลพิษบางส่วน

รอยเตอร์รายงานว่า ยังไม่มีสัญญาณประนีประนอมใดๆ ในสภาคองเกรสสหรัฐ จึงไม่ชัดเจนว่าการปิดหน่วยงานรัฐบาลกลางจะกินเวลาเท่าใด ที่ผ่านมาสภาคองเกรสสหรัฐได้ปิดหน่วยงานรัฐบาลมาแล้ว 15 ครั้งนับตั้งแต่ปี 1981 โดยส่วนใหญ่กินเวลาเพียง 1 หรือ 2 วัน ครั้งล่าสุดในช่วงรัฐบาลทรัมป์สมัยแรกถือเป็นการชัตดาวน์นานที่สุด