หน้าแรก ต่างประเทศ คณะทูต 67 ประ...

คณะทูต 67 ประเทศ ฟังบรรยายสรุป ‘สีหศักดิ์’ ผลประชุม UNGA สถานการณ์ไทย-เขมร

1.10.25 | 17:18 น.

คณะทูต 67 ประเทศ ฟังบรรยายสรุป ‘สีหศักดิ์’ ผลประชุม UNGA สถานการณ์ไทย-เขมร


นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ บรรยายสรุปแก่คณะทูตานุทูตเกี่ยวกับผลการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญครั้งที่ 80 (UNGA80) และสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ห้องนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ถือเป็นการทำงานวันแรกภายหลังการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อสมาชิกรัฐสภาภายใต้รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

ในการบรรยายสรุปแก่คณะทูตานุทูตต่างประเทศที่ประจำอยู่ในประเทศไทยนั้น มีผู้แทนจาก 67 ประเทศเข้าร่วมฟัง องค์การระหว่างประเทศเข้าร่วมรับฟังทั้งสิ้น 5 องค์การ รวมแล้ว 99 คน

นายสีหศักดิ์ กล่าวในที่ประชุมช่วงต้นถึงเนื้อหาที่จะกล่าวว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาเป็นอย่างไร รัฐบาลจะยุบสภาภายใน 4 เดือน และหลังจากนั้นจะมีการเลือกตั้ง จึงต้องทำให้ 4 เดือนของรัฐบาลนี้มีความหมายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เรามีเวลา 4 เดือนกับปัญหาเร่งด่วนในทุกๆ วัน และพยายามแก้ปัญหาระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงเมียนมาด้วย ซึ่งประเทศไทยควรต้องดำเนินการมากกว่านี้

Advertisement

นายสีหศักดิ์ยังเน้นย้ำนโยบายของรัฐบาลอนุทินที่มีรายละเอียดด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน พร้อมกันนี้จะมีการเสริมสร้างกรอบความร่วมมือทั้งในระดับอาเซียน โดยปลายปีนี้ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมตามกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (MLC) ซึ่งมีเป้าหมายว่าอาเซียนจะมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

ภายหลังการประชุม นายสีหศักดิ์เปิดเผยว่าวันนี้เป็นวันแรกที่มารับหน้าที่อย่างเป็นทางการหลังจากที่มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวานนี้ จึงเชิญคณะทูต ซึ่งท่านทูตหลายท่านเดินทางมาด้วยตัวเอง มาพูดคุยว่าภายใต้ในช่วงที่ตนเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศจะดำเนินการอย่างไร เราอยากจะเห็นการทูตที่นำประเทศไทยกลับสู่จอเรดาร์ การทูตที่ครอบคลุมหลายมิติ ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ และการทูตที่ไปหลายทิศทาง ผลประโยชน์อยู่ตรงไหนเราต้องไป ไม่ใช่เฉพาะเรื่องใกล้ตัว

นอกจากนี้ ยังมีการเล่าให้คณะทูตฟังถึงการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญเพื่อให้เห็นว่าไทยมีแนวคิดและอยากจะมีบทบาทที่มีความหมายในเวทีระหว่างประเทศ เรามีจุดยืนเรื่องสำคัญอย่างไร ในถ้อยแถลงของตนไม่การพูดถึงวิกฤตยูเครน กาซา ความเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและประเด็นที่เกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ความมั่นคงของมนุษย์ สิทธิเด็ก สิทธิสตรี และสิทธิมนุษยชน พร้อมกับได้เจอรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของประเทศต่างๆ เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น ในฐานะประธานอนุสัญญาออตตาวา

“ได้เรียนให้เขาทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นที่ทหารไทยเหยียบกับระเบิด ไทยก็ทำเรื่องร้องเรียนไปให้ท่านรับทราบ เนื่องจากจะมีการประชุมใหญ่ในเดือนธันวาคมนี้ เราคิดว่าทางออกที่ดีที่สุดและสร้างสรรค์ที่สุด คือเราเร่งในเรื่องที่ตกลงกันในที่ประชุม GBC ในเรื่องการเก็บกู้ระเบิดร่วมกัน” นายสีหศักดิ์กล่าว พร้อมกับพูดถึงการพบหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ซึ่งจะเป็นประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ โดยรัสเซียมีความกระตือรือร้นอยากจะมีความสัมพันธ์กับไทย

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เราอยากให้เขารับทราบว่าไทยกำลังแก้ไขปัญหาดังกล่าวในระดับทวิภาคี โดยไม่คิดว่าการนำเอาปัญหาสถานการณ์ปัจจุบันของไทย-กัมพูชาไปสู่เวทีระหว่างประเทศจะเป็นการช่วยแก้ปัญหา พร้อมกับได้พบหารือกับเลขาธิการสหประชาชาติให้ทราบถึงความคืบหน้าล่าสุดและความสัมพันธ์ระหว่างไทย กัมพูชา ตนยืนยันว่าไทยต้องการอยู่อย่างสันติกับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศ เราต้องการให้ประเทศเพื่อนบ้านก้าวหน้าซึ่งความก้าวหน้าของเขาจะเป็นผลประโยชน์ต่อประเทศไทยด้วย นอกจากเรื่องกัมพูชาแล้ว ยังได้พูดถึงสถานการณ์ในเมียนมา รวมถึงเรื่องผู้ลี้ภัยให้สามารถทำงานได้ ก็ถือเป็นความก้าวหน้าแสดงว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ลี้ภัย และการเคารพสิทธิมนุษยชนของผู้ลี้ภัยที่มาอยู่ในไทย

นายสีหศักดิ์ ระบุว่าเรื่องสำคัญคือถ้อยแถลงของตนเองในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่เกี่ยวกับไทยกับกัมพูชา ตนอยากให้เห็นว่าไทยไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร และเราไม่ควรจะเป็นศัตรูกัน ไทยพร้อมที่จะคุยเจรจาแก้ไขด้วยสันติวิธีแต่ต้องมีพื้นที่สำหรับการพูดคุยมีความจริงใจระหว่างกันแต่พื้นที่นี้ยังไม่เปิด แน่นอนว่าเราต้องรักษาอธิปไตยของเรา ความปรารถนาของไทยคืออยากให้มีการพูดคุย ค่อยๆ หาทางเดินหน้าในความสัมพันธ์อย่างไร เรามีการประชุม GBC มีหลายประเด็นที่ได้มีการตกลง จึงจะต้องมีการเดินหน้า

ในที่ประชุมมีการเจอกับนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา เราได้พูดกันว่าเราเป็นนักการทูต ต้องมีการพูดคุย ไม่ได้เป็นอุปสรรค เราต้องทำความเข้าใจ ตรงไหนที่ทำความเข้าใจได้ก็ดี ส่วนการประชุม 4 ฝ่ายระหว่างไทย กัมพูชา มาเลเซีย และสหรัฐนั้นก็ต้องขอบคุณสหรัฐฯ ที่จัดประชุมดังกล่าว แต่มีเวลาน้อย ตนก็ยืนยันว่าอยากให้การประชุมสะท้อนถึงความพยายามที่ไทยพูดคุยเดินหน้าทำให้บรรยากาศของความสัมพันธ์ดีขึ้น

อย่างไรก็ตามในวันต่อมา นายปรักขึ้นกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมโดยมีการกล่าวหาประเทศไทยก่อน ซึ่งไม่สะท้อนความเป็นจริงและสิ่งที่เคยพูดคุยกันไว้ ทำให้นายสีหศักดิ์ต้องปรับถ้อยแถลงเพื่อให้เห็นว่าไทยมีเจตนาอย่างไร “ที่ผ่านมา เราช่วยกัมพูชามาโดยตลอด ไม่ได้เป็นการทวงบุญคุณ ช่วงที่เขาเจอปัญหาภายใน เราก็รับผู้ลี้ภัยตามแนวชายแดนเป็นกี่แสนคน ในช่วงที่ผมเจ้ากระทรวง ก็เห็นเหตุการณ์ด้วยตัวเอง เราช่วยเจรจาสันติภาพระหว่างกัมพูชาฝ่ายต่างๆ พยายามช่วยเขาฟื้นฟูประเทศ โดยเฉพาะการประชุมที่พัทยา ที่นำไปสู่การประชุมที่กรุงปารีส” นายสีหศักดิ์กล่าว พร้อมกับบอกกับคณะทูตว่าเรามีความปรารถนาที่ดี เหตุการณ์ปัจจุบันไม่ใช่สิ่งที่ไทยปรารถนา ดังนั้น จึงต้องมีการทำงานร่วมกันต้องหาจุดที่หาความคืบหน้า ว่าจะกลับสู่สภาวะปกติอย่างไร