หน้าแรก ต่างประเทศ สิ้น เจน กูดด...

สิ้น เจน กูดดอลล์ นักวานรวิทยา เสียชีวิตในวัย 91 ‘มูลนิธิสืบ’ อาลัยยกเป็นผู้พลิกโฉมการศึกษาชิมแปนซี

2.10.25 | 12:37 น.

สิ้น เจน กูดดอลล์ นักวานรวิทยา เสียชีวิตในวัย 91 ‘มูลนิธิสืบ’ อาลัยยกเป็นผู้พลิกโฉมการศึกษาชิมแปนซี

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลนิธิสืบนาคะเสถียร โพสต์ข้อความระบุว่า

เจน กูดดอลล์ (3 เมษายน 1934 – 1 ตุลาคม 2025) 

เจน กูดดอลล์ (Jane Goodall) นักวานรวิทยา นักเคลื่อนไหว และนักสิ่งแวดล้อมได้จากโลกนี้ไปในวัย 91 ปี (3 เมษายน 1934 – 1 ตุลาคม 2025)

สถาบันเจน กูดดอลล์ (The Jane Goodall Institute) ได้แถลงถึงการเสียชีวิตของเธอผ่านทางอินสตาแกรม ข้อความตอนหนึ่งระบุว่า “การค้นพบของ ดร.กูดดอลล์ ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของวิทยาศาสตร์ เธอเป็นนักเคลื่อนไหวที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อปกป้องและฟื้นฟูธรรมชาติของโลก”

Advertisement

ตลอดเวลากว่าครึ่งศตวรรษที่เธอใช้ชีวิตอยู่กับชิมแปนซีในอุทยานแห่งชาติกอมเบ (Gombe Stream National Park) ประเทศแทนซาเนีย กูดดอลล์ไม่ได้แค่ศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ แต่ยังสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติที่มีต่อโลกใบนี้แก่สาธารณชน

FILE PHOTO: English Dr. Jane Goodall, chimpanzee researcher and naturalist, observes through glass some of Taronga Zoo’s 25 member chimpanzee colony in Sydney, August 31. Goodall, who has spent most of her life studying chimpanzees in Africa is in Australia to raise awareness that chimpanzee numbers in the wild have plummeted 75 percent in 10 years leaving only 250,000 in their homelands of Central and West Africa. AUSTRALIA/File Photo

เจน กูดดอลล์ เกิดที่กรุงลอนดอน ปี ค.ศ. 1934 เป็นลูกของนักธุรกิจ มอร์ทิเมอร์ เฮอร์เบิร์ต มอร์ริส-กูดดอลล์ (Mortimer Herbert Morris-Goodall) และนักประพันธ์นาม มาร์กาเร็ต ไมฟานวี โจเซฟ (Margaret Myfanwe Joseph)

ในวัยเด็กเธอได้อ่านหนังสือ Doctor Dolittle และ Tarzan และเป็นวรรณกรรมทั้งสองเรื่องที่ได้สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กหญิงอยากเดินทางไปแอฟริกาและทำงานด้านสัตว์ป่า

เรื่องนี้ดูจะเป็นสิ่งที่ห่างไกลจากความเป็นไปได้ในสมัยนั้น ใครเลยจะปล่อยเด็กผู้หญิงไปทำงานด้านสัตว์ป่า มิหนำซ้ำในวันวัยที่จินตนาการพรั่งพรู ยังอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง การเดินทางไปยังป่าที่อยู่ไกลออกไปดูจะเป็นเรื่องห่างจากความเป็นจริงค่อนข้างมาก

แต่ด้วยความมุ่งมั่น และคำสอนของแม่ “หากอยากทำอะไรต้องตั้งใจจริงและอย่าทิ้งโอกาส” กูดดอลล์หมั่นเพียรเก็บหอมรอมริบ ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ และรับจ้างเล็กๆ น้อยๆ จนมีทุนเพียงพอเดินทางไปประเทศเคนยา ในปี 1957 ตอนอายุ 23 ปี

ที่นั่นเธอได้พบกับ หลุยส์ ลีคีย์ (Louis Leakey) นักบรรพชีวินวิทยา ผู้จ้างเธอเป็นผู้ช่วย และเป็นคนที่เห็นแววความสามารถ และเข้าใจถึงความหลงใหลที่มีต่อธรรมชาติในตัวเด็กสาว ก่อนมอบโอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล…

จากคำแนะนำของ ลีคีย์ เดือนกรกฎาคม 1960 กูดดอลล์ได้เดินทางถึงชายฝั่งตะวันออกของทะเลสาบแทนกันยิกา และพบเห็นชิมแปนซีในธรรมชาติตัวแรกของชีวิต จนนำมาสู่การค้นพบที่เขย่าวงการวิทยาศาสตร์

กูดดอลล์ ได้นำเสนอว่า ชิมแปนซีไม่ใช่สัตว์กินพืชอย่างเดียว แต่ยังกินปลวก ไม่เท่านั้นเธอพบอีกว่า พวกมันใช้กิ่งไม้แหย่รังปลวก หมายความถึง ‘การใช้เครื่องมือ’ และพวกมันยังลอกใบไม้ออกจากกิ่งก่อนใช้ นั่นคือ ‘การประดิษฐ์เครื่องมือ’

การค้นพบนี้ทำให้แนวคิดดั้งเดิมที่ว่า ‘มนุษย์เป็นผู้สร้างเครื่องมือ’ ถูกท้าทาย จนลีคีย์ได้เขียนตอบจดหมายไปบอกเธอว่า “ต่อไปนี้เราต้องนิยามคำว่า ‘เครื่องมือ’ ใหม่ และนิยามคำว่า ‘มนุษย์’ ใหม่ หรือไม่ก็ยอมรับว่าชิมแปนซีเป็นมนุษย์”

ก่อนที่ต่อมา เดล ปีเตอร์สัน (Dale Peterson) ผู้เขียนประวัติเจน กูดดอลล์ จะเรียกเธอว่า “สตรีผู้นิยามความเป็นมนุษย์ขึ้นมาใหม่”

หลังทำงานภาคสนาม 15 เดือน กูดดอลล์ พาตัวเองมาศึกษาปริญญาเอกด้านสิ่งแวดล้อมที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์

ที่นั่น เธอขัดแย้งกับศาสตราจารย์หลายคน เพราะเธอเขียนรายงานโดยตั้งชื่อให้ชิมแปนซีแทนการใช้ตัวเลข และอธิบายบุคลิกของพวกมัน วิธีการนี้ถูกมองว่าเป็นการสร้าง ‘มนุษยสมมติ’ ซึ่งสวนทางกับแนวปฏิบัติทางวิทยาศาสตร์ในเวลานั้น

แต่เธอยืนยันในแนวคิดเรื่องนี้ และใช้สิ่งนี้เป็นปรัชญาสำคัญตลอดชีวิตการทำงาน เธอบอกว่า เราจะไม่เข้าใจสัตว์ถ้ามองไม่เห็นถึงบุคลิคของพวกมัน

FILE PHOTO: British primatologist, ethologist and anthropologist Jane Goodall reacts during a talk with the members of “A Universe of Children” at the School of Administration, Finance and Technological Institute (EAFIT) in Medellin, Colombia August 23, 2024. REUTERS/Juan David Duque/File Photo

งานของกูดดอลล์เริ่มโด่งดังระดับนานาชาติจากภาพยนตร์สารคดี Miss Goodall and the Wild Chimpanzees (1965) และตามมาด้วยการปรากฏตัวในสารคดีและรายการทีวีอีกกว่า 80 เรื่อง และเขียนหนังสือหลายสิบเล่ม

ปี 1977 เธอก่อตั้ง สถาบันเจน กูดดอลล์ (Jane Goodall Institute) เพื่อปกป้องเหล่าวานรและถิ่นอาศัยของพวกมัน

ปี 1986 เธอเลิกทำงานภาคสนามและหันมาทำงานรณรงค์เต็มตัว ในช่วงพีกของการทำงาน กูดดอลล์ใช้เวลา 300 วันต่อปี เดินสายบรรยาย และพบผู้นำประเทศเพื่อผลักดันประเด็นสิ่งแวดล้อม

ปี 2002 เธอได้รับแต่งตั้งจากโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติในขณะนั้น ให้เป็นทูตสันติภาพแห่งสหประชาชาติ

งานรณรงค์ของเธอไม่ได้จำกัดเพียงการอนุรักษ์ธรรมชาติ แต่ยังรวมถึงการแก้ปัญหาความยากจน และการเสริมพลังให้แก่ผู้หญิงและเด็กผู้หญิง ซึ่งเธอเห็นว่าเป็นเรื่องเชื่อมโยงกัน

ครั้งหนึ่งเธอเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “เราจะช่วยชีวิตชิมแปนซีได้อย่างไร หากผู้คนกำลังดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด”

ในช่วงบั้นปลาย เธอเล่าว่า แรงผลักดันในการทำงานรณรงค์ที่มีถึงทุกวันนี้ มาจากบรรดาหลานๆ ของเธอเอง

“ทุกครั้งที่มองพวกเขา ฉันคิดถึงสิ่งที่เราทำร้ายโลกนี้ตั้งแต่ฉันยังเท่าอายุพวกเขา มันทำให้ฉันรู้สึกสิ้นหวัง” เธอกล่าว

“เราสนใจอนาคตของโลกเพื่อเด็กๆ ไหม ? พวกเราหลายคนมีลูก มีหลาน มีหลานสาว หลานชาย เราแคร์อนาคตของพวกเขาหรือเปล่า ? และถ้าเราแคร์จริงๆ เราสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อเปลี่ยนแปลงมัน”

“หากเราร่วมมือกัน มันก็ย่อมเป็นไปได้ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง เราจำเป็นต้องทำในตอนนี้ ก่อนที่เวลาจะหมดลง”

FILE PHOTO: British primatologist, ethologist and anthropologist Jane Goodall speaks during an interview with Reuters in Buenos Aires, Argentina November 22, 2017. REUTERS/Agustin Marcarian/File Photo