‘โดฮา’ ปลื้ม ‘ทรัมป์’ ลั่น โจมตีกาตาร์ เหมือนกระทำต่อสหรัฐ ชี้หลักไมล์สำคัญ ผนึกความร่วมมือกลาโหม
ในเอกสารคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ผู้นำสหรัฐให้คำมั่นที่จะถือเอาว่าการโจมตีใดๆ ต่อประเทศกาตาร์ ชาติพันธมิตรในตะวันออกกลาง เท่ากับเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐเช่นกัน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการเปิดทางให้กองกำลังสหรัฐเข้าปกป้องกาตาร์ได้หากเผชิญภัยคุกคาม
“สหรัฐอเมริกาจะถือว่าการโจมตีด้วยอาวุธใดๆ ต่อดินแดน อธิปไตยหรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของกาตาร์ จะถือเป็นการคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา หากเกิดการโจมตีเช่นนั้นขึ้น สหรัฐอเมริกาจะดำเนินมาตรการทางกฎหมายที่เหมาะสม รวมถึงทางการทูต เศรษฐกิจ รวมถึงทางการทหารหากจำเป็น เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกาและกาตาร์และเพื่อฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพ” เอกสารคำสั่งฝ่ายบริหารดังกล่าวลงวันที่ 30 กันยายนระบุ
ซึ่งเป็นวันที่ทรัมป์ต้อนรับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ที่ทำเนียบขาว พร้อมกับประกาศข้อเสนอแผนสันติภาพเพื่อยุติสงครามในฉนวนกาซา โดยมีกาตาร์ เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยสำคัญระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสเพื่อยุติสงคราม
ในเอกสารระบุด้วยว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านกลาโหมและข่าวกรองสหรัฐจะวางแผนฉุกเฉินร่วมกับกาตาร์เพื่อให้แน่ใจว่าจะตอบสนองต่อการโจมตีใดๆ ได้อย่างรวดเร็ว
กระทรวงต่างประเทศของกาตาร์ แสดงท่าทียินดีต่อคำสั่งดังกล่าวของทรัมป์ โดยชี้ว่าเป็นหลักไมล์สำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านการป้องกันและความร่วมมือทวิภาคีระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
คำสั่งฝ่ายบริหารนี้ซึ่งดูเหมือนจะทำให้พันธกรณีของสหรัฐต่อกาตาร์มีความลึกซึ้งมากขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากอิสราเอลได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มใส่กรุงโดฮาร์ เมืองหลวงของกาตาร์ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยอ้างว่าเป็นการโจมตีที่มุ่งเป้าสังหารแกนนำฮามาสที่กบดานอยู่ในกาตาร์ ซึ่งสร้างความตกตะลึงเป็นอย่างยิ่งให้กับสหรัฐที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกาตาร์ โดยกาตาร์ยังเป็นที่ตั้งฐานทัพใหญ่ที่สุดของสหรัฐในตะวันออกกลางด้วย
คำสั่งดังกล่าวของทรัมป์จะมีผลได้ยังต้องผ่านการเห็นชอบเพื่อผ่านเป็นกฎหมายจากวุฒิสภา ขณะเดียวกันยังสามารถถูกยกเลิกได้โดยประธานาธิบดีสหรัฐคนใดในภายภาคหน้า คำสั่งฉบับนี้ของทรัมป์ยังก้าวไปมากกว่าคำสั่งฝ่ายบริหารสมัยรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในปี 2022 ที่กำหนดให้กาตาร์เป็นพันธมิตรสำคัญนอกนาโต ซึ่งช่วยยกระดับความร่วมมือทางทหารมากขึ้น แต่ไม่ได้ระบุว่าจะปกป้องกาตาร์หากถูกโจมตี
ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ยังได้ยอมรับของขวัญเป็นเครื่องบินโบอิ้ง 747 จากกาตาร์ ซึ่งกองทัพสหรัฐกำลังเตรียมการเพื่อนำมาใช้ประจำการในฝูงบินแอร์ฟอร์ซวัน อันเป็นเครื่องบินประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีสหรัฐ หลังทรัมป์ปฏิเสธเสียงวิจารณ์ที่มีข้อกังวลทางด้านจริยธรรมในการรับของขวัญราคาสูงมากดังกล่าว

