สหรัฐ กล่าวหา รัฐบาลกัมพูชา เอื้อ ค้ามนุษย์ เป็นระบบ จนท.ระดับสูง ได้รับผลประโยชน์
แคมโบเดียเดลี รายงานว่า สหรัฐอเมริกากล่าวหา รัฐบาลกัมพูชาว่าไม่เพียงแต่ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์เท่านั้น แต่ยังมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยการสมรู้ร่วมคิดอย่างเป็นระบบ ในการเอื้อให้เกิดอาชญากรรมดังกล่าวด้วย
ในรายงานการค้ามนุษย์ประจำปี 2025 ที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เผยแพร่เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา จัดให้กัมพูชาอยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง หรือ Tier 3 Watch List โดยระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ได้รับผลประโยชน์ทางการเงินจากการค้ามนุษย์ ขณะที่บางคนก็ข่มขู่เหยื่อ พยาน และองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานต่อสู้กับการหลอกลวงออนไลน์ที่เชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์
รายงานดังกล่าวยังกล่าวว่า ทางการกัมพูชาได้ขัดขวางการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับแหล่งที่ตั้งของศูนย์หลอกลวง ซึ่งถือเป็นการให้การคุ้มครองแก่ผู้ดำเนินการเหล่านั้น พร้อมเน้นย้ำด้วยว่า กัมพูชาล้มเหลวในการดำเนินคดีกับวุฒิสมาชิกพรรครัฐบาลและที่ปรึกษาอาวุโสของรัฐบาลที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตร แม้จะมีหลักฐานว่าเขาเป็นเจ้าของธุรกิจหลายแห่งที่เชื่อมโยงกับการฉ้อโกงออนไลน์ก็ตาม
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุเพิ่มเติมว่า กัมพูชาไม่ได้แจ้งว่ามีการตัดสินลงโทษคดีค้ามนุษย์ใดๆ เลยนับตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งตอกย้ำถึงความล้มเหลวในการปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำในการขจัดการค้ามนุษย์
คณะกรรมการแห่งชาติเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ของกัมพูชายอมรับเมื่อต้นปีนี้ว่า การค้ามนุษย์เพิ่มขึ้นในปี 2024 โดยระบุว่า นับจนถึงวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางการได้บุกเป้าหมาย 72 แห่งใน 18 จังหวัด และควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยกว่า 3,000 คน จาก 19 สัญชาติ
ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็ออกมายอมรับเมื่อเดือนธันวาคม 2024 ว่า กัมพูชากำลังถูกใช้เป็นฐานในการค้ามนุษย์ แต่เขาก็ให้คำมั่นว่าจะมีไม่ยินยอมให้มีอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ
กระทรวงการคลังสหรัฐได้อายัดทรัพย์สินของนายลี ยงพัด สมาชิกวุฒิสภาจากพรรครัฐบาล ซึ่งกระทบกับธุรกิจหลายแห่งของเขาตั้งแต่ปีที่แล้ว ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรในข้อหาค้ามนุษย์ การฟอกเงิน การบังคับใช้แรงงาน และการฉ้อโกงออนไลน์
หนังสือพิมพ์แคมโบเดียเดลีรายงานว่า ไม่สามารถติดต่อ โชว บุนอึง รองประธานคณะกรรมการต่อต้านการค้ามนุษย์แห่งชาติของกัมพูชา เพื่อขอความเห็นได้ทันก่อนที่จะเผยแพร่ข่าวชิ้นนี้

