หน้าแรก ต่างประเทศ นักข่าวออสซี่...

นักข่าวออสซี่แฉ ถูกจับในไทยตามคำขอมาเลเซีย ชี้ตกเป็นเหยื่อการปราบปรามข้ามชาติ

3.10.25 | 12:08 น.
hunter
(AP Photo/Sakchai Lalit)

นักข่าวออสซี่แฉ ถูกจับในไทยตามคำขอมาเลเซีย ชี้ตกเป็นเหยื่อการปราบปรามข้ามชาติ หวั่นเกิดขึ้นกับนักข่าวคนใดก็ได้

จากกรณีที่มีสื่อต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ไทยจับกุมตัวนายเมอร์เรย์ ฮันเตอร์ นักข่าวชาวออสเตรเลีย ตามคำขอของทางการมาเลเซีย ในข้อหาหมิ่นประมาท โดยนายฮันเตอร์ ได้รับการประกันตัวออกมา และรอขึ้นฟังการไต่สวนในวันที่ 14 พฤศจิกายน

ล่าสุด นายฮันเตอร์ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอพี เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมว่า การที่เขาถูกจับกุมตัวในไทย มีต้นตอมาจากรัฐบาลมาเลเซีย และว่า เขาตกเป็นเหยื่อของการปราบปรามข้ามชาติ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมมือกันในการจับกุมตัวนักเคลื่อนไหวหรือผู้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลประเทศที่สาม

เอพีรายงานว่า นายเมอร์เรย์ ฮันเตอร์ เป็นนักวิชาการอิสระและนักเขียน วัย 66 ปี ที่ได้บอกกับเอพีว่า เขาเชื่อว่าการที่ตำรวจไทยจับกุมตัวเขาเมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมานั้น เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และน่าจะมีต้นเหตุมาจากบทความที่เขาเคยเขียนเกี่ยวกับมาเลเซียเมื่อปี 2024 บนจดหมายข่าวออนไลน์ Substack ของเขา พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดคดีนี้จึงอยู่ในอำนาจศาลไทย

ทั้งนี้ ความกังวลเกี่ยวกับการปราบปรามข้ามชาติ ได้ถูกบันทึกโดยกลุ่มสิทธิมนุษยชนและผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ซึ่งในรายการเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ที่มีการแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อรายงานที่ชี้ให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของการปราบปรามข้ามชาติ ที่มุ่งสกัดกั้น ทำให้เงียบ หรือลงโทษผู้เห็นต่าง ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ หรือผู้ที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน

Advertisement

ข่าวระบุว่า นายฮันเตอร์ อาศัยอยู่ทางภาคใต้ของไทย ถูกจับกุมตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขณะกำลังจะเดินทางไปที่ฮ่องกง โดยนายฮันเตอร์ถูกจับกุมตัวอยู่ในห้องขัง 1 คืน ก่อนที่จะได้รับการประกันตัว ด้วยเงินประกัน 20,000 บาท และรอไปขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 17 พฤศจิกายน โดยข้อหาหมิ่นประมาทโดยการเผยแพร่นั้น มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 2 ปี และปรับเงิน 200,000 บาท

นายฮันเตอร์ ได้กล่าวโทษ คณะกรรมการการสื่อสารและมัลติมีเดียของมาเลเซีย (MCMC) ว่า เป็นผู้ยื่นฟ้องในคดีหมิ่นประมาททางอาญาต่อเขา โดยสำเนาเอกสารคำฟ้องที่เอพีได้ตรวจสอบ ระบุให้หน่วยงานดังกล่าวเป็นผู้เสียหายในคดี แต่ระบุว่า ผู้ร้องเรียนคือบุคคลที่พักอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โดยไม่มีการเปิดเผยชื่อแต่อย่างใด

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ระบุว่า ได้ยื่นรายงานต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในมาเลเซียและประเทศไทย เมื่อปี 2024 เกี่ยวกับเนื้อหาที่ฮันเตอร์เขียนถึงสถาบันของมาเลเซีย และยังได้ยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อเขาในมาเลเซียด้วย และระบุด้วยว่า เข้าใจว่าฮันเตอร์ถูกเจ้าหน้าที่ไทยจับกุมตัวเนื่องจากไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกที่ออกมาระหว่างการสืบสวน พร้อมกับย้ำว่า จะเคารพการตัดสินใจของกระบวนการยุติธรรมของไทย

hunter
(AP Photo/Sakchai Lalit)

ซึ่งเมื่อถูกถามเกี่ยวกับหมายเรียกดังกล่าว ฮันเตอร์บอกว่า มีฉบับหนึ่งที่ถูกส่งไปที่บ้านของเขา ในขณะที่เขาเดินทางไปพำนักระยะยาวในอีกภูมิภาคหนึ่งของประเทศไทย และตำรวจท้องที่ที่เขาพักอยู่ได้แนะนำว่า สำเนาหมายเรียกที่เพื่อนบ้านส่งมาให้นั้น ดูเหมือนเป็นการหลอกลวงมากกว่าจะเป็นเอกสารจริง

โดยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ได้มีการแถลงข่าวร่วมกันระหว่าง ศูนย์วารสารศาสตร์อิสระของมาเลเซีย และองค์กรเสรีภาพในการแสดงออก PEN Malaysia ระบุว่า หากคณะกรรมการฯ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจับกุม การดำเนินการเพื่อขอความช่วยเหลือข้ามพรมแดนในการจับกุม เพียงเพราะการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมือง ก็ถือเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาเลเซีย และหลักการคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออก

และว่า แม้ว่ารัฐบาลอาจอ้างเหตุผลทางกฎหมายภายใต้กฎหมายที่เข้มงวดในปัจจุบัน แต่การใช้เจ้าหน้าที่รัฐของไทย เพื่อทำให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์เงียบลงนั้น ถือเป็นการก้าวล่วงอำนาจและเขตอำนาจศาลของตนเอง และยังบ่อนทำลายหลักประกันตามรัฐธรรมนูญ

ขณะที่นายฮันเตอร์ บอกว่า คดีของเขานั้นควรเป็นสิ่งที่น่ากังวล เพราะถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับเขาได้ มันก็สามารถเกิดขึ้นกับนักข่าวคนใดก็ได้ หากมีหน่วยงานจากประเทศอื่นไปร้องเรียนกับตำรวจไทย ผลลัพธ์ก็อาจเหมือนกัน คือ ถูกควบคุมตัวลงจากเครื่องบินและถูกนำไปขัง

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเอพีได้สอบถามเรื่องดังกล่าวไปยังกระทรวงการต่างประเทศของไทย แต่ยังไม่มีการแสดงความเห็นต่อเรื่องดังกล่าว