เผย 2 อาหารทะเล ยอดนิยม ปนเปื้อนไมโครพลาสติกมากสุด หลายคนยกเป็นเมนูโปรด ภัยเงียบเสี่ยงสุขภาพแย่ไม่รู้ตัว
“ไมโครพลาสติก” พลาสติกขนาดจิ๋วที่หลุดรอดจากสิ่งแวดล้อมเข้าสู่แหล่งน้ำ และสุดท้ายก็ปนเปื้อนอยู่ในอาหาร โดยเฉพาะอาหารทะเลที่หลายครอบครัวนิยมรับประทาน กลายเป็นภัยเงียบที่อาจกระทบต่อสุขภาพหากรับประทานเป็นประจำ
รายงานของ ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า ตัวอย่างโปรตีนจากสัตว์และพืช ที่นำมาทดสอบ สูงถึง 90% มี ไมโครพลาสติกที่น่าสังเกตคือ อาหารทะเล ซึ่งเป็นอาหารยอดนิยมของใครหลายคน อยู่ในกลุ่มที่มีการปนเปื้อนในระดับสูง ได้แก่
1.กุ้ง เป็นแหล่งอาหารของแพลงก์ตอน ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของไมโครพลาสติกที่ลอยอยู่ในกระแสน้ำ กุ้งจึงกลายเป็น “แหล่งสะสม” ของอนุภาคพลาสติกได้ง่าย บรรจุภัณฑ์พลาสติกระหว่างการจัดเก็บและการขนส่งยิ่งทำให้ปัญหาการปนเปื้อนของไมโครพลาสติกเพิ่มมากขึ้น
การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Environmental Research พบว่า กุ้งชุบเกล็ดขนมปังทอดมีไมโครพลาสติกจำนวนมาก โดยเฉลี่ยมี พลาสติกมากกว่า 300 ชิ้นต่อหนึ่งหน่วย บริโภค

2.หอยนางรม จากการวิจัยของ มหาวิทยาลัยฮัลล์ (สหราชอาณาจักร) พบว่า หอยนางรมและหอยชนิดต่างๆ เช่น หอยแมลงภู่และหอยเชลล์ มีปริมาณไมโครพลาสติกต่อกรัมของเนื้อสูงกว่าปูหรือกุ้ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หอยนางรมที่จับได้จากน่านน้ำเอเชียจัดอยู่ในกลุ่มที่มีการปนเปื้อนมากที่สุด จากการศึกษามหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ออสเตรเลีย ยืนยันว่าพบไมโครพลาสติกในหอยนางรมได้ทั่วไป
ขณะเดียวกัน ด้านผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้บริโภคล้างอาหารให้สะอาด ก่อนปรุงเพื่อขจัดไมโครพลาสติกบนพื้นผิว ให้ความสำคัญกับอาหารสด เนื่องจากอาหารแปรรูป อาหารแช่แข็ง หรืออาหารจานด่วน มักมีไมโครพลาสติกในปริมาณที่สูงกว่า
อีกทั้งควรเลือกอาหารที่มีแหล่งที่มาชัดเจน จะสามารถจำกัดการซื้ออาหารทะเลจากแหล่งที่ปนเปื้อน รวมถึงลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง เปลี่ยนเป็นวัสดุที่ปลอดภัยกว่าเพื่อหลีกเลี่ยงการรั่วไหลของไมโครพลาสติกในระหว่างการจัดเก็บ

ทั้งนี้ การศึกษากรณีหนึ่ง พบว่า ไมโครพลาสติกและนาโนพลาสติก ทำให้เกิดภาวะเครียดออกซิเดชันในระบบประสาทส่วนกลาง ยิ่งไปกว่านั้น ไมโครพลาสติกในอาหารอาจเชื่อมโยงกับภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล
ซึ่งนักวิจัยเตือนว่าอาจส่งผลเสียต่อการพัฒนาของสมอง กระตุ้นการอักเสบ และรบกวนการนอนหลับและเกิดความผิดปกติทางอารมณ์
อนึ่ง ไมโครพลาสติกกำลังคืบคลานเข้ามาในอาหารประจำวันของเราโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว หากเราไม่เปลี่ยนพฤติกรรมในวันนี้ เราอาจต้องจ่ายราคาด้วยสุขภาพ หรือแม้แต่ชีวิตของเราในอนาคตอันใกล้

ที่มา : ข่าวสด

