บีบีซีรายงานว่า น.ส.มารีน เลอเปน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสแนวคิดขวาจัด ประกาศว่าได้ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคแนวร่วมแห่งชาติ (เอฟเอ็น) แล้ว เมื่อวันที่ 24 เมษายน 1 วันหลังจากที่เธอสามารถผ่านเข้ารอบสุดท้ายการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้สำเร็จ โดยเธอจะเข้าไปเผชิญหน้ากับนายเอ็มมานูเอล มาคง ผู้สมัครแนวคิดสายกลางในการเลือกตั้งรอบสุดท้ายที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้
น.ส.เลอเปนเปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ฟรองซ์ 2 ของฝรั่งเศสว่า เหตุผลที่ตัดสินใจลาออกเพราะเธอต้องการก้าวข้ามการแบ่งฝักฝ่ายทางการเมือง
อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณว่าการลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคเอฟเอ็นของเธอครั้งนี้จะเป็นเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น
น.ส.เลอเปนกล่าวว่า ฝรั่งเศสเดินทางมาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้ว และยังบอกด้วยว่าการตัดสินใจของเธอมาจากความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า ประธานาธิบดีจะต้องเป็นผู้สร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันของประชาชนชาวฝรั่งเศสทั้งหมด
“ตั้งแต่เย็นวันนี้เป็นต้นไป ดิฉันไม่ได้เป็นประธานพรรคแนวร่วมแห่งชาติแล้ว ดิฉันเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส” น.ส.เลอเปนกล่าว
นักสังเกตการณ์ระบุว่า การตัดสินใจของ น.ส.เลอเปนเป็นสัญลักษณ์ที่ตั้งใจแสดงให้เห็นถึงความห่วงกังวลที่เธอมีต่อประเทศโดยรวมทั้งหมด ไม่เฉพาะเพียงแค่พรรคของเธอเท่านั้น และเธอกำลังพยายามเรียกคะแนนเสียงจากกลุ่มผู้สนับสนุนผู้สมัครที่ตกรอบแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาผู้ที่ลงคะแนนเสียงให้กับนายฟรองซัวส์ ฟียง ตัวแทนพรรครีพับลิกัน
ทั้งนี้ ผลการเลือกตั้งรอบแรกอย่างเป็นทางการที่ได้รับการเปิดเผยวันเดียวกันพบว่า นายมาคงได้คะแนนเสียงไปทั้งสิ้น 24.01 เปอร์เซ็นต์ น.ส.เลอเปนได้ไป 21.30 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่นายฟียงมาเป็นอันดับ 3 ที่ 20.01 เปอร์เซ็นต์ ส่วนนายฌอง ลุค เมลองชง ได้ 19.58 เปอร์เซ็นต์
นักวิเคราะห์ระบุว่า น.ส.เลอเปนต้องชิงโจมตีนายมาคงคู่แข่งอย่างรุนแรงและรวดเร็วแต่เนิ่นๆ หากต้องการเป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้ง โดยเธอนำเสนอตนเองว่าเป็นผู้ที่รักชาติ ขณะที่ระบุว่านายมาคงเป็นเด็กน้อยในการดูแลของประธานาธิบดีฟรองซัวส์ โอลลองด์ ที่ไม่เหมาะสมจะเป็นผู้นำฝรั่งเศส
ด้านนายโอลลองด์ออกมาเตือนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งว่า ชัยชนะของฝ่ายขวาจัดจะเป็นความเสี่ยงใหญ่หลวงของประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งปฏิเสธ น.ส.เลอเปน โดยระบุว่าตนเองจะลงคะแนนเลือกนายมาคง

