ครั้งหนึ่ง เยอรมนี เคยถูกเรียกขานว่า “คนป่วยของยุโรป” ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 และต้นทศวรรษ 2000 จากสภาพปัญหาทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ โดยเฉพาะหลังจากการรวมชาติของเยอรมนี แต่ปัจจุบันชาติพญาอินทรีเหล็ก กลายเป็นชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรปและใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก
ในปี 2016 เศรษฐกิจของเยอรมนียังเติบโตขยายตัวมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยขยายตัว 1.9 เปอร์เซ็นต์ มีดุลการค้าเกินดุลมากที่สุด ที่มีมูลค่าสูงถึง 310,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นั่นยังทำให้เยอรมนีกลายเป็นประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่สุดของโลก
แม้ในท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ได้ฟื้นตัวดีนัก แต่ภาพรวมของเศรษฐกิจเยอรมนีก็ยังคงขับเคลื่อนไปได้ อย่างไรก็ดี มีเสียงเตือนจาก “บุนเดสแบงค์” ธนาคารกลางเยอรมนี ออกมาเมื่อวันก่อนว่า ประชากรผู้สูงอายุในประเทศจะฉุดลากศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเยอรมนีในช่วงกลางทศวรรษหน้าให้ลดลง ในขณะที่ชาวเยอรมันในยุคเบบี้บูมก็กำลังเข้าสู่วัยเกษียณ
จากการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ในบุนเดสแบงค์ที่เขียนไว้ในรายงานประจำเดือนเมษายนชี้ว่า จากการประเมินแนวโน้มในปัจจุบัน คาดว่าประชากรในวัยทำงานของเยอรมนีในปี 2025 จะมีประมาณเดียวกับในปี 2016 นั่นหมายความว่าขีดความสามารถในการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเยอรนีจะลดลงอย่างสำคัญ ที่อาจจะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับต่ำกว่า 1.0 เปอร์เซ็นต์ จากที่เติบโตในอัตรา 1.25 เปอร์เซ็นต์ ระหว่างปี 2011-2016 ขณะที่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะเห็นชาวเยอรมันที่มีอายุระหว่าง 60-70 ปี ซึ่งเป็นประชากรกลุ่มสูงวัย จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 ล้านคน โดยมีคนในยุคเบบี้บูมที่เกิดขึ้นอย่างช้าสุดในช่วงปลายทศวรรษ 1960 ก้าวเข้าสู่วัยเกษียณ
ในส่วนของชาวเยอรมันโดยกำเนิดที่มีอายุระหว่าง 45-54 ปี จะมีจำนวนลดลง 3.5 ล้านคน และกลุ่มคนในวัยหนุ่มสาวอายุระหว่าง 15-29 ปี ก็จะมีน้อยลงประมาณ 2.5 ล้านคน
อย่างไรก็ดี การอพยพย้ายถิ่นเข้ามาในประเทศเยอรมนีกันมากขึ้น และผลิตภาพที่ได้เพิ่มขึ้นจากกลุ่มแรงงานสูงอายุซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานที่มีประสบการณ์และทักษะความชำนาญ ที่ถือเป็นฟันเฟืองส่วนใหญ่ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเยอรมนี ก็อาจจะสามารถชดเชยผลกระทบจากปัญหาประชากรสูงวัยเพิ่มจำนวนมากขึ้นได้ในระยะหนึ่ง ก่อนจะเห็นจำนวนประชากรในวัยทำงานของเยอรมนีเริ่มลดลงอย่างเร็วที่สุดในปี 2025
ที่ว่ามาเป็นการประเมินแนวโน้มภาพรวมประชากรของเยอรมนีที่อาจมีผลต่อการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของประเทศในทางใดทางหนึ่ง ถือเป็นการเตรียมพร้อม เผื่อจะหาทางอุดช่องปัญหาที่เกิดขึ้นในวันข้างหน้าไว้ก่อนได้

