หน้าแรก ต่างประเทศ คอลัมน์ไฮไลต์...

คอลัมน์ไฮไลต์โลก : ฟังนักวิเคราะห์ ‘ทรัมป์’ มีโอกาสคว้าโนเบลสันติภาพหรือไม่!?

8.10.25 | 16:20 น.
ภาพรอยเตอร์

คอลัมน์ไฮไลต์โลก: ฟังนักวิเคราะห์ ‘ทรัมป์’ มีโอกาสคว้าโนเบลสันติภาพหรือไม่!?

ถามกันอึงมี่ว่า “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มีสิทธิ์จะคว้ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปีนี้ไปครองได้หรือไม่ หลังจากเจ้าตัวประกาศอ้างอย่างออกนอกหน้าว่าเขาเป็นผู้สมควรได้รับรางวัลอันทรงเกียรติระดับโลกนี้

เหตุเพราะนับตั้งแต่เขากลับมาเป็นประธานาธิบดีสมัย 2 ในปีนี้ เขาได้ช่วยหย่าศึกสงครามสู้รบที่เกิดขึ้นบนโลกมาได้แล้ว 7 สมรภูมิ และหากแผนสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับฮามาสที่เขาเสนอบังเกิดขึ้นได้ในฉนวนกาซาก็จะเป็นแห่งที่ 8

ทว่ามีความเห็นจากนักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งมองว่า ทรัมป์ยังไม่น่าจะพิชิตรางวัลโนเบลสันติภาพได้ ดังที่เจ้าตัวแสดงความปรารถนามาตั้งแต่เป็นผู้นำสหรัฐสมัยแรก แม้จะมีเสียงล็อบบี้สนับสนุนและการเสนอชื่อเขาเข้าชิงรางวัลนี้จากผู้นำหลายชาติพันธมิตรทั้ง อิสราเอล ปากีสถานและกัมพูชา ก็ตาม

เนื่องด้วยเหตุปัจจัยหลายประการ เช่น จุดยืนของทรัมป์ที่ขัดแย้งต่อประเด็นสิ่งแวดล้อม การแสดงออกทางการเมืองที่ก้าวร้าว หรือการแสดงท่าทีที่ไม่เคารพต่อสถาบันระหว่างประเทศ ซึ่งล้วนขัดแย้งกับหลักการของรางวัลที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสันติภาพและความร่วมมือระหว่างประเทศ

Advertisement

ขณะที่ คณะกรรมการโนเบลของนอร์เวย์ มักให้ความสำคัญกับความพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืน การส่งเสริมภราดรภาพระหว่างประเทศและความร่วมมือพหุภาคีมากกว่าความสำเร็จทางการทูตที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งผลงานในอดีตของทรัมป์อาจกลายมาเป็นปัจจัยลบต่อตัวเขาเอง ทั้งท่าทีดูหมิ่นสถาบันความร่วมมือพหุภาคี ความเมินเฉยต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แทนที่จะนำโลกในการต่อสู้กับปัญหานี้ หรือการกล่าวอ้างเป็นผู้สร้างสันติภาพของทรัมป์ ที่ในบางวงความขัดแย้งมีเสียงวิจารณ์ว่าสันติภาพที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นอย่างยั่งยืน หรือการอ้างความดีความชอบจากการช่วยยุติการสู้รบของทรัมป์ ก็ถูกโต้แย้งว่าเป็นการกล่าวเกินจริงหรืออาจไม่มีอยู่จริงเสียด้วยซ้ำ

ดังที่ “ธีโอ เซนู” นักประวัติศาสตร์และนักวิจัยแห่งสมาคมเฮนรี แจ็กสัน กล่าวให้ความเห็นว่า ความพยายามของทรัมป์ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจะคงอยู่ในระยะยาว ซึ่งมันมีความแตกต่างอย่างมากระหว่างการหยุดการสู้รบในระยะสั้น กับการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอที่แท้จริงของความขัดแย้ง นอกจากนี้ จุดยืนที่เพิกเฉยของทรัมป์ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยังไม่สอดคล้องกับมุมมองของหลายฝ่าย รวมถึงคณะกรรมการโนเบลที่มองว่าเรื่องนี้เป็นความท้าทายด้านสันติภาพระยะยาวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งเซนูบอกว่าเขาไม่คิดว่าจะมีการมอบรางวัลที่ทรงเกียรติที่สุดในโลกให้กับใครบางคนอย่างทรัมป์ที่ไม่เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องจริง

มีอีกความเห็นที่มองว่าความตรงไปตรงมาและการเที่ยวพูดออกสื่ออย่างเปิดเผยของทรัมป์ว่าเขาสมควรได้รับรางวัลนี้ อาจย้อนศรกลับมาเป็นผลเสียต่อทรัมป์ โดย นีนา เกรเกอร์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสันติภาพออสโล มองว่า คณะกรรมการโนเบลไม่ต้องการให้ถูกมองว่ากำลังยอมจำนนต่อแรงกดดันทางการเมืองที่เกิดขึ้น เธอจึงเห็นว่าโอกาสของทรัมป์ในการได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพในปีนี้นั้น “ยังห่างไกล” และหลายวาทกรรมของทรัมป์ก็ไม่ได้สะท้อนถึงมุมมองของสันติภาพเลย

นี่เป็นทรรศนะเพียงส่วนหนึ่งของผู้สันทัดกรณี ก็ต้องรอดูกัน แต่ที่ลุ้นหนักหนีไม่พ้นเจ้าตัวว่าจะคว้าโนเบลสันติภาพได้ดังฝันหรือไม่ ศุกร์ที่ 10 ตุลาคมนี้ ได้รู้กัน