นักศึกษาเกาหลีใต้ ถูกจับตัว ทรมาน ขู่เรียกค่าไถ่ 1.1 ล้าน ก่อนพบเสียชีวิตในกัมพูชา
เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ รายงานว่า นักศึกษาชาวเกาหลีใต้วัย 22 ปี ที่เดินทางไปกัมพูชาในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ถูกพบเสียชีวิต 2 สัปดาห์หลังจากเดินทางออกจากประเทศ โดยมีรายงานว่าถูกลักพาตัวและทรมานโดยกลุ่มอาชญากรรมในท้องถิ่น
ตำรวจและสมาชิกในครอบครัว ระบุว่า นักศึกษารายนี้ ได้ออกจากบ้านเมืองเยชอน จ.คยองซังเหนือง เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม โดยบอกกับครอบครัวว่า จะไปร่วมชมนิทรรศการที่ประเทศกัมพูชา
1 สัปดาห์ต่อมา ครอบครัวเขาได้รับโทรศัพท์จากชายคนหนึ่ง ที่พูดสำเนียงจีน-เกาหลี บอกว่า “นายเอ ก่อเรื่องวุ่นวายที่นี่และถูกควบคุมตัวแล้ว ส่งเงิน 50 ล้านวอน (ราว 1,152,825 บาท) มา เราจะปล่อยตัวเขา”
ครอบครัวจึงได้ติดต่อสถานทูตกัมพูชาและตำรวจท้องถิ่นทันที แต่ไม่สามารถระบุตัวได้แน่นอน ได้ติดต่อสื่อสารกับผู้ลักพาตัว ถูกตัดขาดหลังจากผ่านไป 4 วัน
2 สัปดาห์ต่อมา ในวันที่ 8 สิงหาคม ได้พบศพของนายเอ ใกล้ภูเขาโบกอร์ใน จ.กำปง ซึ่งเป็นที่ๆ ถูกกักขังไว้ สถานทูตกัมพูชาและหน่วยงานท้องถิ่นได้ยืนยันว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากภาวะหัวใจหยุดเต้น อันเป็นผลจากการถูกทรมานและความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
แม้จะมีการยืนยันแล้ว แต่ร่างของนายเอก็ยังไม่ได้ถูกส่งกลับเกาหลีใต้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการชันสูตรพลิกศพในพื้นที่ คาดว่าจะมีการส่งกลับประเทศในช่วงปลายเดือนนี้
สมาชิกในครอบครัวระบุว่า ใบมรณบัตรระบุว่า เขาเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นจากการถูกทรมาน การจินตนาการถึงความทุกข์ทรมานของเขาทำให้เรานอนไม่หลับ เขายังไม่กลับบ้านเลย ศพของเขายังคงถูกแช่แข็งอยู่ในกัมพูชา รู้สึกเหมือนถูกฆ่าตายสองครั้ง
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จำนวนคดีลักพาตัวชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชา เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยมีรายงานเพิ่มขึ้นจากประมาณ 10 ราย เป็น 20 รายต่อปี ระหว่างปี พ.ศ.2565-2566 เป็น 220 รายในปีที่แล้ว และ 330 ราย ในเดือนสิงหาคม
ด้วยความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความปลอดภัยของพลเมืองเกาหลีใต้ กระทรวงการต่างประเทศจึงได้ออกคำเตือนการเดินทางเมื่อวันที่ 17 กันยายน โดยยกระดับกรุงพนมเปญเป็นระดับ 2 (พิจารณาการเดินทางอีกครั้ง) และประกาศคำแนะนำพิเศษสำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยสูง ได้แก่ สีหนุวิลล์ ภูเขาโบกอร์ และบาเวต เป็นระดับ 2.5

