หน้าแรก ต่างประเทศ สีหศักดิ์ชี้ไ...

สีหศักดิ์ชี้ไทยยินดี สหรัฐ ‘ผู้ประสาน’ ไม่ใช่ผู้เจรจา ถกลดผลกระทบเอกชนไทยในเขมร

10.10.25 | 16:22 น.

สีหศักดิ์ชี้ไทยยินดี สหรัฐ ‘ผู้ประสาน’ ไม่ใช่ผู้เจรจา ถกลดผลกระทบเอกชนไทยในเขมร

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง รวมถึงนายตุลย์ ไตรโสรัส เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ หารือร่วมกับคณะผู้แทนภาคเอกชนไทยในกัมพูชา เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอจากภาคเอกชนต่อสถานการณ์และความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา

นายสีหศักดิ์ยืนยันว่า รัฐบาลเข้าใจความห่วงใยของภาคเอกชนที่มีต่อสถานการณ์ ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศทราบดีว่าภาคเอกชนได้รับผลกระทบ จึงต้องการรับฟังความเห็นจากเอกชน เพื่อให้รัฐบาลได้ช่วยบรรเทาผลกระทบในระหว่างการเจรจาหาทางแก้ปัญหากับกัมพูชา

นายสีหศักดิ์ย้ำว่า ไทย-กัมพูชา ต่างเป็นเพื่อนบ้านกัน ต้องอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เพราะสันติภาพและเสถียรภาพ ความก้าวหน้าของกัมพูชา ก็เป็นผลประโยชน์ประเทศไทยด้วย ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนั้น ประเทศไทยไม่ได้พึงประสงค์ และต้องการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างสันติตามวิถีทางของประเทศเพื่อนบ้าน แต่ที่ผ่านมากัมพูชากลับบ่ายเบี่ยงการเจรจาอย่างจริงจัง จึงไม่มั่นใจว่า กัมพูชาตั้งใจจะเจรจาหรือไม่ และมักจะสร้างความได้เปรียบบนเวทีระหว่างประเทศ ทั้งที่ประเทศไทยต้องการจะพูดคุยเจรจาแก้ไขปัญหาอย่างสันติ 2 ฝ่าย

Advertisement

นายสีหศักดิ์เล่าถึงเหตุการณ์ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ว่าตนได้มีการพูดพบพูดคุยกับนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะนักการทูตด้วยกันว่าถึงแม้ประเทศเราจะจะมีความขัดแย้งกัน แต่เราต้องพูดคุยกัน เราต้องหาช่องทางที่จะแก้ไขปัญหาให้ได้ ซึ่งฝ่ายสหรัฐอเมริกาได้ประสานให้มีการประชุม 4 ฝ่าย คือไทย กัมพูชา มาเลเซีย ซึ่งเป็นประธานอาเซียน และสหรัฐอเมริกา

“ความตั้งใจของสหรัฐก็คืออยากให้สองฝ่ายมานั่งคุยกันและจะช่วยประสานให้เกิดความคืบหน้า ในวันนั้นทุกอย่างก็พบกันไม่นาน แต่ผมก็เรียนในที่ประชุมว่าเราต้องให้ภาพมันออกมาดี  เราไม่ได้มาประชุมเพื่อการสร้างภาพอย่างเดียว เราควรจะเน้นถึงความคืบหน้า ความตั้งใจจริงของสองฝ่าย ที่ทำให้เกิดความคืบหน้าต่อไป ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นแต่พอเกิดช่วงวันรุ่งขึ้นที่มีการกล่าวสุนทรพจน์ของเขา ก็รู้สึกแปลกใจนิดหนึ่ง แทนที่จะไปในโทนเดียวกัน ก็ไปอีกทางหนึ่ง ค่อนข้างจะกล่าวหาประเทศไทยในหลายเรื่อง ผมคิดว่ามันเป็นการใช้วิธีระหว่างประเทศเพื่อความสร้างความได้เปรียบของเขา จึงจำเป็นจะต้องออกไปชี้แจงและพูดจากมุมมองของไทย โดยที่ผ่านมา บางครั้งเราอาจจะไม่ได้พูดอย่างตรงไปตรงมา เพราะฉะนั้นความรู้สึกของคนไทยเป็นอย่างไร ผมก็ต้องพูดตามนั้น เหตุการณ์ที่นิวยอร์กแบบนั้น” นายสีหศักดิ์ กล่าว

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า แม้การพูดคุยเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์จะยังไม่ถึงจุดนั้น แต่ไทยก็ยืนยันที่จะปกป้องอธิปไตย และไม่กลัวที่จะเจรจากับกัมพูชาอย่างจริงจัง แต่จะต้องยึด 4 เงื่อนไขที่ไทยได้ให้ไว้กับกัมพูชา ทั้งการถอนอาวุธหนักออกจากบริเวณชายแดน ที่จะต้องมีการตรวจสอบโดยคณะผู้สังเกตการอาเซียน การเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างจริงจัง การปราบปรามอาชญากรรมโดยเฉพาะคอลเซ็นเตอร์ และสแกมเมอร์อย่างจริงจัง และการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนที่รุกล้ำประเทศไทย โดยเฉพาะ 2 หมู่บ้าน ทั้งบ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว ซึ่งเป็นปัญหาค้างคามาอย่างยาวนาน จากปัญหาการเมืองภายในของกัมพูชา และไทยได้เปิดชายแดนเพื่อมนุษยธรรม ดังนั้น กัมพูชาจะต้องมีการแก้ไขปัญหาการรุกล้ำดินแดนประเทศไทย ซึ่งหากทั้ง 4 ประเด็น มีความคืบหน้าก็สามารถทำให้ประเทศไทย ดำเนินการขั้นต่อไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอนได้ รวมถึงการค้าบริเวณชายแดน ที่ภาคเอกชนกังวลด้วย แต่ 4 เงื่อนไขนี้ จะต้องมีความคืบหน้าก่อน

“ท่านอาจจะทราบได้ว่าล่าสุดเราก็มีมหาอำนาจประเทศหนึ่ง ที่มีความต้องการที่จะช่วยเป็นตัวกลางในเรื่องนี้ จริงๆ เราก็อยากจะแก้ไขปัญหาที่เรามีอยู่กับกัมพูชาโดยวิธีการสองฝ่าย แต่ถ้าเขามีความหวังดี อยากจะเข้ามาเป็นผู้ประสาน ไม่ใช่ผู้เจรจา เราก็ไม่ขัดข้อง มีการพูดคุยกันอยู่ไปอีกช่องทางหนึ่ง ที่ทำให้เกิดความคืบหน้า เราไม่มีปัญหาเพราะเราต้องการให้เกิดความคืบหน้าอย่างแท้จริง” นายสีหศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้ สำหรับภาคเอกชนที่เข้าหารือร่วมกับกระทรวงการ ประกอบด้วย กลุ่มภาคธุรกิจค้าปลีก และค้าส่งในกัมพูชา กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม อาหาร อาหารสด และภาคการเกษตร อสังหาริมทรัพย์ ประกันภัย การเงิน กลุ่มธุรกิจโรงพยาบาล โรงภาพยนตร์ กลุ่มธุรกิจปูนซีเมนต์ และกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยว และการบิน เป็นต้น