ทะเลจีนใต้ระอุ หน่วยยามฝั่งจีนใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง โจมตีเรือฟิลิปปินส์ ก่อนพุ่งชน
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เกิดเหตุเรือยามฝั่งของจีนลำหนึ่ง ได้ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง ยิงใส่เรือของรัฐบาลฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ก่อนที่จะพุ่งชน จนทำให้เรือฟิลิปปินส์ได้รับความเสียหายเล็กน้อย โดยเหตุเกิดขณะที่เรือฟิลิปปินส์จอดทอดสมออยู่ใกล้กับเกาะที่มีชาวฟิลิปปินส์อาศัยอยู่ในพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้
โดยหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ ระบุว่า เรือที่เกิดเหตุ คือเรือ BRP Datu Pagbuaya แต่ไม่มีลูกเรือฟิลิปปินส์คนใดได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเรือลำนี้เป็นส่วนหนึ่งของกองเรือประมงของรัฐบาล ที่มีภารกิจคอยสนับสนุนและคุ้มครองชาวประมงฟิลิปปินส์ในพื้นที่ทะเลพิพาท เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่เรือลำดังกล่าวอยู่ใกล้กับเกาะทิตู หรือที่ฟิลิปปินส์เรียกว่า “ปากาซา” ซึ่งฟิลิปปินส์เป็นผู้ครอบครอง และมีชุมชนชาวฟิลิปปินส์อาศัยอยู่
รายงานแจ้งว่า เรือยามฝั่งของจีน หมายเลขหัวเรือ 21559 ได้ยิงปืนฉีดน้ำแรงดันสูง ใส่เรือ BRP Datu Pagbuaya ของฟิลิปปินส์โดยตรง โดยความแรงของแรงดันน้ำได้ทำให้เรือได้รับความเสียหาย จากนั้นอีกเพียง 3 นาทีต่อมา เรือจีนลำเดิม ได้ขับพุ่งเข้าชนบริเวณท้ายของเรือฟิลิปปินส์ ทำให้เกิดความเสียหายทางโครงสร้างเล็กน้อย แต่ไม่มีลูกเรือได้รับบาดเจ็บ
นายเจย์ ทาร์ริเอลา โฆษกหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ กล่าวว่า แม้ว่าจีนจะใช้ยุทธวิธีข่มขู่และการกระทำที่ก้าวร้าวเช่นนี้ แต่หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์และสำนักงานประมงและทรัพยากรทางน้ำ ยังคงยืนหยัดมั่นคง และจะไม่ยอมถูกข่มหรือถูกขับไล่ออกจากพื้นที่ของเรา
ข่าวระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์ในทะเลจีนใต้ ที่ต่างฝ่ายต่างกล่าวหากันว่าเป็นผู้ละเมิดอธิปไตยในพื้นที่พิพาท ในทะเลจีนใต้ที่ยืดเยื้อมานาน ระหว่างฟิลิปปินส์ จีน และอีก 4 ประเทศ ที่ต่างอ้างสิทธิในบางส่วนของทะเลจีนใต้
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้รายงานดังกล่าว แต่ที่ผ่านมา จีนได้ยืนยันซ้ำหลายครั้ง ถึงอธิปไตยและสิทธิในการควบคุมเกือบทั้งหมดของพื้นที่ทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือการค้าสำคัญของโลก แม้ว่าคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ เมื่อปี 2016 จะระบุให้คำกล่าวอ้างทางประวัติศาสตร์ของจีน “เป็นโมฆะ” แล้วก็ตาม แต่จีนได้ปฏิเสธคำตัดสินนั้น

