จีนโทษมะกัน ทำการค้าตึงเครียด ชี้ทรัมป์สองมาตรฐาน ย้ำยังไม่ขึ้นภาษีตอบโต้ทันที
รอยเตอร์รายงานว่า จีนออกมากล่าวโทษสหรัฐว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ความตึงเครียดทางการค้ากลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับปกป้องมาตรการจำกัดการส่งออกแร่หายาก หรือแรร์เอิร์ธของจีน
จีนชี้ว่าข้อร้องเรียนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เกี่ยวกับการควบคุมการส่งออกแรร์เอิร์ธของจีนเผยให้เห็นถึงการดำเนินการโดยใช้สองมาตรฐาน ทั้งยังละเมิดเจตนารมณ์ของการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศที่กรุงมาดริดของสเปน
อย่างไรก็ดี จีนยังไม่ได้ประกาศจะขึ้นภาษีตอบโต้สหรัฐทันที ทั้งยังให้คำมั่นว่าจะอำนวยความสะดวกในการออกใบอนุญาตสำหรับการส่งออกแรร์เอิร์ธเพื่อใช้ในภาคพลเรือนด้วย
รัฐบาลจีนออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม วิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์ที่ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนรอบใหม่ โดยเรียกว่าการกระทำดังกล่าวเป็นพฤติกรรมหน้าไหว้หลังหลอก โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม ทรัมป์ได้ประกาศขึ้นภาษีต่อสินค้าจีนที่ส่งออกไปยังสหรัฐเพิ่มขึ้นอีก 100% และเตรียมบังคับใช้มาตรการควบคุมการส่งออกซอฟต์แวร์ที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในวันที่ 1 พฤศจิกายน
ความตึงเครียดทางการค้าที่ปะทุขึ้นอีกครั้งได้ส่งผลตลาดหุ้นสหรัฐ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีรายใหญ่พากันร่วงลงทันที เพราะความวิตกกังวลต่อบริษัทที่ต้องพึ่งพาการผลิตแร่หายากและแม่เหล็กหายากของจีน และสถานการณ์ดังกล่าวยังอาจทำให้การประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้ ต้องสะดุดลง
แถลงการณ์ของกระทรวงพาณิชย์จีนที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งถือเป็นการตอบโต้โดยตรงครั้งแรกของจีนต่อโพสต์ยาวของทรัมป์เมื่อวันศุกร์ ซึ่งทรัมป์กล่าวหาจีนว่าเป็นฝ่ายจุดชนวนให้เกิดความตึงเครียดทางการค้าอีกครั้ง โดยทรัมป์อ้างถึงการที่จีนควบคุมการส่งออกแรร์เอิร์ธ และว่า “ความสัมพันธ์ของเรากับจีนในช่วงหกเดือนที่ผ่านมาเป็นไปด้วยดีมาก ทำให้การเคลื่อนไหวในเรื่องการค้านี้น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง”
กระทรวงพาณิชย์จีนระบุแถลงการณ์ว่า มาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากของจีนเป็นผลสืบเนื่องจากการดำเนินมาตรการหลายอย่างของสหรัฐ หลังการเจรจาการค้าทวิภาคีที่กรุงมาดริดเมื่อเดือนที่แล้ว โดยปักกิ่งได้ยกตัวอย่างถึงการที่สหรัฐเพิ่มชื่อบริษัทจีนเข้าในบัญชีดำทางการค้า และการที่สหรัฐเรียกเก็บค่าธรรมเนียมท่าเรือเพิ่มเติมกับเรือสินค้าที่เชื่อมโยงกับจีน
แถลงการณ์ระบุว่า การกระทำของสหรัฐได้สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อผลประโยชน์ของจีน และบ่อนทำลายบรรยากาศของการเจรจาทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างกัน ซึ่งจีนขอคัดค้านอย่างเด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม จีนไม่ได้เชื่อมโยงการกระทำของสหรัฐเหล่านี้กับการควบคุมการส่งออกแร่หายากอย่างชัดเจน โดยระบุว่า มาตรการควบคุมของจีนมีสาเหตุจากความกังวลเกี่ยวกับการใช้แร่หายากเหล่านี้ในทางการทหาร ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับความขัดแย้งทางทหารที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
“การจงใจข่มขู่ว่าจะขึ้นภาษีในอัตราสูงไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมในการทำงานร่วมกับจีน จุดยืนของจีนในสงครามการค้ายังคงชัดเจนเสมอ เราไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้น แต่เราก็ไม่กลัวมัน” แถลงการณ์ของกระทรวงพาณิชย์จีนระบุ พร้อมเสริมว่า หากสหรัฐไม่ปรับแนวทางของตน จีนก็จะดำเนินมาตรการตอบโต้ที่เหมาะสม
นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า การที่จีนเลือกจะไม่ตอบโต้ทันทีต่อการเปิดฉากสงครามการค้ารอบใหม่ อาจเพื่อเปิดช่องให้ทั้งสองประเทศกลับมาเจรจาเพื่อลดความตึงเครียด
อัลเฟรโด มอนตูฟาร์-เฮลู กรรมการผู้จัดการของบริษัทที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ GreenPoint กล่าวว่า การชี้แจงเหตุผลเบื้องหลังมาตรการตอบโต้ของจีนในครั้งนี้ อาจเป็นการปูทางสู่การเจรจาต่อรองที่เป็นไปได้อีกครั้ง ตอนนี้การตัดสินใจจึงขึ้นกับฝ่ายสหรัฐ
รายงานของ Hutong Research เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ระบุว่า หากจีนเลือกที่จะไม่ตอบโต้การขึ้นภาษี 100% ของทรัมป์ ก็อาจเป็นสัญญาณว่าจีนไม่ได้ให้ความสำคัญกับการทำข้อตกลงระยะยาวกับทรัมป์อีกต่อไป ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ลดลงว่าทรัมป์จะสามารถควบคุมกลุ่มที่มีท่าทีแข็งกร้าวภายในรัฐบาลเขา หรือรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับจีนได้จริง
รายงานของ Hutong Research ยังระบุว่า ประเด็นสำคัญที่ควรจับตามองหลังจากนี้ คือการที่ปักกิ่งอาจระงับหรือทำให้การขาย TikTok ให้สหรัฐมีความซับซ้อนขึ้น เนื่องจากนัยทางการเมืองของมัน เพราะหากจีนยินยอมให้การขายเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขปัจจุบัน ก็จะถูกตีความว่าเป็นการยอมอ่อนข้อครั้งใหญ่ให้กับสหรัฐ

