สีหศักดิ์ ร่วมถก 4 ฝ่ายในมาเลย์ ย้ำความปลอดภัยชายแดน ยึดเงื่อนไข 4 ข้อ
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม กระทรวงการต่างประเทศ ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์บัญชี “กระทรวงการต่างประเทศ | MFA of Thailand” ระบุว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ร่วมการหารือ 4 ฝ่ายระหว่างมาเลเซีย สหรัฐฯ ไทย และกัมพูชา ในห้วงการเยือนมาเลเซียในลักษณะ Working Visit เพื่อเข้าร่วมการประชุมต่าง ๆ ตามคำเชิญของ นรม. มาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน

โดยได้หารือประเด็นที่คั่งค้าง เพื่อลดความตึงเครียดตามแนวชายแดนและให้มีการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด ฝ่ายไทยย้ำความสำคัญของกลไกทวิภาคี การแสดงความจริงใจในการปฏิบัติตามสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้ พร้อมย้ำประเด็นการถอนอาวุธหนัก การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และการให้ความร่วมมือบริหารจัดการบริเวณพื้นที่ชายแดน โดยหวังเห็นความจริงใจของกัมพูชาเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุเป้าประสงค์ในทางปฏิบัติเพื่อสันติภาพและความสงบสุขบริเวณชายแดน (12 ต.ค. 2568)

นอกจากนี้ยังได้โพสต์ผ่านเพจ “กระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs of the Kingdom of Thailand” ระบุว่า เมื่อวันที่ 12 – 13 ตุลาคม 2568 นายสีหศักดิ์ เดินทางเยือนมาเลเซียในลักษณะ Working Visit เพื่อเข้าร่วมการประชุมต่าง ๆ ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน

ในวันที่ 12 ตุลาคม 2568 รัฐมนตรีฯ ได้เข้าร่วมการหารือสี่ฝ่ายระหว่างมาเลเซีย สหรัฐฯ ไทย และกัมพูชา ซึ่งเป็นการหารือต่อเนื่องลักษณะเดียวกันกับที่นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568
ในครั้งนี้ ได้มีการหารือประเด็นต่าง ๆ ที่ยังคั่งค้างอยู่อย่างตรงไปตรงมา เพื่อลดความตึงเครียดตามแนวชายแดนและให้มีการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด โดยฝ่ายไทยย้ำความสำคัญของกลไกทวิภาคี การแสดงความจริงใจในการปฎิบัติตามสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้
นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้ย้ำความสำคัญของความมั่นคงปลอดภัยตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา โดยเน้นประเด็นสำคัญ ได้แก่ การถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดน การร่วมกันเก็บกู้ทุ่นระเบิด การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และการให้ความร่วมมือบริหารจัดการบริเวณพื้นที่ชายแดน เช่นในกรณีบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว ทั้งนี้ หวังจะเห็นความจริงใจของกัมพูชาเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุเป้าประสงค์ในทางปฏิบัติเพื่อสันติภาพและความสงบสุขของประชาชนของทั้งสองประเทศ

