สหรัฐฟัน ปธ.กลุ่ม Prince Group ตั้งศูนย์หลอกลวงในเขมร พันโกงบิตคอยน์กว่า 4.8 แสนล้าน
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่สหรัฐประจำประเทศไทย ได้เผยแพร่ข่าวว่า ประธานกลุ่มบริษัท Prince Group ถูกฟ้องในข้อหาดำเนินการศูนย์หลอกลวงโดยใช้แรงงานบังคับในกัมพูชา ซึ่งเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการฉ้อโกงสกุลเงินดิจิทัล ระบุว่า
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกายื่นฟ้องริบทรัพย์ครั้งใหญ่ที่สุดเป็นบิตคอยน์มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านเหรียญ (หรือราว 488,250 ล้านบาท) ซึ่งขณะนี้อยู่ในความดูแลของสหรัฐ
วันนี้มีการเปิดผนึกคำฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางสหรัฐ ในเขตบรุกลิน เมืองนิวยอร์ก เพื่อดำเนินคดีกับเฉิน จื้อ (Chen Zhi) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Vincent” อายุ 37 ปี สัญชาติสหราชอาณาจักรและกัมพูชา ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Holding Group (Prince Group) ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทธุรกิจข้ามชาติขนาดใหญ่ในกัมพูชา ในข้อหาคบคิดฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์และคบคิดฟอกเงิน จากการสั่งการให้กลุ่มบริษัท Prince Group ดำเนินการศูนย์หลอกลวงโดยใช้แรงงานบังคับทั่วประเทศกัมพูชา บุคคลที่ถูกควบคุมตัวไว้โดยไม่สมัครใจในศูนย์เหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องในปฏิบัติการหลอกลวงให้ลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลที่เรียกว่า กลโกง “เชือดหมู” (Pig butchering) ซึ่งโกงเงินหลายพันล้านเหรียญจากผู้เสียหายในสหรัฐ และทั่วโลก ปัจจุบันจำเลยอยู่ระหว่างการหลบหนี
ในวันนี้ สำนักงานอัยการสหรัฐประจำเขตนิวยอร์กตะวันออก และแผนกความมั่นคงแห่งชาติของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐยังได้ยื่นคำร้องทางแพ่งเพื่อริบทรัพย์เป็นบิตคอยน์ มูลค่าประมาณ 127,271 บิตคอยน์ ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 15,000 ล้านเหรียญ โดยระบุว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาและเป็นเครื่องมือในการฉ้อโกงและฟอกเงินของจำเลย ซึ่งก่อนหน้านี้เก็บอยู่ในกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ไม่ผูกกับผู้ให้บริการใด ๆ (Unhosted) โดยจำเลยมีกุญแจส่วนตัว (Private key) ในครอบครอง ขณะนี้เงินทุนเหล่านั้น (สกุลเงินดิจิทัลของจำเลย) อยู่ในความดูแลของรัฐบาลสหรัฐ คำร้องดังกล่าวเป็นการดำเนินการริบทรัพย์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ
ตามที่ถูกกล่าวหาในคำฟ้องและคำร้องขอริบทรัพย์สิน ตั้งแต่ประมาณปี 2558 เป็นต้นมา จำเลยเป็นผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทในกัมพูชาที่ดำเนินธุรกิจหลายสิบแห่งในกว่า 30 ประเทศ กลุ่มบริษัท Prince Group เปิดเผยตนว่าดำเนินงานด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริการทางการเงิน และบริการสำหรับผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม โดยลับ ๆ แล้ว จำเลยและผู้บริหารระดับสูงได้ทำให้กลุ่มบริษัท Prince Group เติบโตกลายเป็นหนึ่งในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ทั้งนี้ ภายใต้การนำของจำเลย กลุ่มบริษัท Prince Group ได้สร้างผลกำไรมหาศาลจากการดำเนินการศูนย์หลอกลวงทั่วประเทศกัมพูชา ซึ่งปฏิบัติการหลอกลวงให้ลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล

