สหรัฐเปิดศึกแก๊งสแกมข้ามชาติ ขึ้นบัญชีดำรายบุคคลและองค์กร ส่วนใหญ่เป็นเจ้าพ่อเขมรคนดัง
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาคองเกรส สหรัฐฯ ได้มีการเปิดเผย ร่างกฎหมายสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา หมายเลข 5490 (H. R. 5490) เพื่อจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อรื้อถอนและยุติขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่ดำเนินการหลอกลวงทางออนไลน์ในวงกว้างต่อพลเมืองอเมริกัน
สภาคองเกรส พบว่า 1.ในช่วงการระบาดของโรคโควิด19 องค์กรอาชญากรรมจากกลุ่มคนจีนที่ดำเนินกิจกรรมอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้หันมาดำเนินการหลอกลวงทางการเงินรูปแบบใหม่ โดยใช้กลอุบายการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลที่ซับซ้อน
2.รูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อยที่สุดเรียกว่า “pig butchering” ซึ่งเปรียบเสมือน “การขุนหมู” คือหลอกล่อให้เหยื่อสร้างความสัมพันธ์ออนไลน์กับมิจฉาชีพ และค่อย ๆ ลงทุนด้วยเงินจำนวนมากขึ้นในแพลตฟอร์มปลอม ก่อนที่จะถูกเชือด สูญเสียเงินทั้งหมดในที่สุด
3.ขบวนการอาชญากรรมเหล่านี้ใช้แรงงานบังคับจากเหยื่อค้ามนุษย์จำนวนหลายแสนคนในการดำเนินการหลอกลวง
4.เหยื่อเหล่านี้มักตกเป็นเหยื่อของโฆษณางานปลอม ก่อนจะถูกพาไปยังค่ายหรืออาคารที่ปิดล้อม และถูกบังคับให้ทำงานตามโควตาการหลอกลวงอย่างเข้มงวด หากปฏิเสธจะถูกลงโทษด้วยความรุนแรง
5.ศูนย์หลอกลวง (สแกมเซ็นเตอร์) เหล่านี้พบมากใน เมียนมา ลาว และกัมพูชา ซึ่งเป็นประเทศที่มีการคอร์รัปชันสูง ขาดความโปร่งใส และไม่มีกลไกตรวจสอบถ่วงดุล โดยหลายแห่งดำเนินการในลักษณะความร่วมมือระหว่างองค์กรอาชญากรรมจีนกับรัฐบาลเผด็จการในท้องถิ่น
6.ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา ขบวนการเหล่านี้ได้มุ่งเป้าโจมตีชาวอเมริกันมากขึ้น ทำให้เหยื่อหลายพันคนสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิต และสร้างรายได้ให้กับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตในกัมพูชา ลาว และเมียนมา
7.ความเสียหายของชาวอเมริกันจากการหลอกลวงประเภทนี้เพิ่มขึ้นถึง 33% ในปี 2024 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
8.กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ระบุว่า ในปี 2024 เพียงปีเดียว ชาวอเมริกันสูญเงินจากการหลอกลวงเหล่านี้อย่างน้อย 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
9.ความเสียหายทั่วโลกจากขบวนการลักษณะนี้คาดว่ามีมูลค่ามากกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
10.ยอดความเสียหายที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้มาก เนื่องจากหลายกรณีไม่ได้มีการรายงาน
11.มีหลักฐานชัดเจนที่เชื่อมโยงระหว่าง ขบวนการอาชญากรรมจีน, และ นักการเมืองท้องถิ่นที่ทุจริตซึ่งให้การสนับสนุนขบวนการเหล่านี้
มาตรา 7 ระบุว่า ไม่เกิน 180 วันหลังจากกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องดำเนินการดังต่อไปนี้
พิจารณาว่าบุคคลหรือหน่วยงานต่างชาติที่ระบุไว้ในวรรค (d) มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในโครงการคว่ำบาตรที่ระบุในวรรค (c) หรือไม่ หากเข้าเกณฑ์ ให้บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรกับบุคคลหรือองค์กรเหล่านั้น
(d) รายชื่อบุคคลและองค์กรต่างชาติที่ถูกระบุ (Foreign Persons) โดยเป็นรายชื่อบุคคล 32 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวกัมพูชา ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังรู้จักกันดี เป็นคนใกล้ชิดผู้มีอำนาจในกัมพูชา รวมทั้งชาวจีน และล็อบบี้ยิสต์คนดัง ที่กำลังถูกจับตา และอีก 9 องค์กร ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจด้านกาสิโน และธุรกิจสีเทา


