ฮามาสส่งคืน 4 ศพตัวประกัน หลังอิสราเอลขู่จำกัดส่งมอบความช่วยเหลือ
กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (ไอดีเอฟ) ระบุเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมว่า ฮามาสได้ส่งมอบศพตัวประกันชาวอิสราเอลที่เสียชีวิตแล้วให้กับอิสราเอลอีก 4 ราย โดยคณะกรรมการกาชาดเป็นผู้รับศพในโลงศพและส่งมอบให้ไอดีเอฟในคืนวันอังคาร
การส่งมอบศพดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่อิสราเอลเตือนว่าจะจำกัดการส่งมอบความช่วยเหลือเข้าไปในฉนวนกาซาลงครึ่งหนึ่ง หากฮามาสยังไม่ส่งคืนศพตัวประกันที่เสียชีวิตทั้ง 28 ราย เพื่อลงโทษที่ฮามาสละเมิดข้อตกลงที่จะส่งศพทั้งหมดกลับคืนให้อิสราเอล หลังบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ฮามาสได้ส่งคืนตัวประกันที่ยังมีชีวิตอยู่ 20 คน และร่างผู้เสียชีวิตอีก 4 รายเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม
กาชาดสากลระบุในแถลงการณ์ที่มีการเผยแพร่เมื่อวันอังคารด้วยว่า ได้มีการส่งคืนศพของชาวปาเลสไตน์ 45 รายที่ถูกอิสราเอลกักไว้กลับคืนสู่ฉนวนกาซาแล้วเช่นกัน
แถลงการณ์ของไอดีเอฟในวันเดียวกันระบุว่า ฮามาสจำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อตกลงของตน และต้องพยายามอย่างเต็มที่ในการส่งคืนตัวประกันทั้งหมดให้แก่ครอบครัวเพื่อการฝังศพอย่างเหมาะสม
นายอิสราเอล แคทซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล เตือนกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ว่า ความล่าช้าใดๆ หรือการหลีกเลี่ยงโดยเจตนาจะถือเป็นการละเมิดข้อตกลงอย่างร้ายแรง และอิสราเอลจะตอบโต้ตามที่เห็นสมควร
เจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าวว่า รัฐบาลได้ตัดสินใจจำกัดการส่งความช่วยเหลือ และชะลอแผนการเปิดด่านชายแดนราฟาห์กับอียิปต์ เนื่องจากฮามาสละเมิดข้อตกลงหยุดยิงด้วยการไม่ส่งคืนศพของตัวประกันทั้งหมด
ขณะที่ฮามาสอ้างว่า กำลังประสบปัญหาในการค้นหาศพของตัวประกันที่เสียชีวิต
ทั้งนี้ สำเนาข้อตกลงหยุดยิงซึ่งสื่ออิสราเอลเผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ระบุไว้ชัดเจนว่าฮามาสและกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์อื่นๆ อาจไม่สามารถค้นหาศพทั้งหมดได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในตอนแรก
เจ้าหน้าที่อิสราเอลรายหนึ่งกล่าวว่า อาจมีการตั้ง “คณะทำงานนานาชาติ” ขึ้นมา เพื่อค้นหาศพของผู้ที่ยังไม่มีการส่งคืน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความบน X ว่า “ภาระอันหนักได้ถูกปลดลง แต่ภารกิจยัง ไม่เสร็จสิ้น! ศพของผู้เสียชีวิต ยังไม่ถูกส่งคืนตามที่สัญญาไว้! ขั้นตอนที่สองเริ่มต้นเดี๋ยวนี้!!!”
ขณะเดียวกัน กลุ่มนักรบฮามาสกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในกาซา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพวกเขากำลังยืนยันถึงอำนาจในการควบคุมฉนวนกาซาอีกครั้ง ด้วยการระดมกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายร้อยนายลงถนน และประหารชีวิตชายหลายคนที่ถูกกล่าวหาว่าสมคบกับอิสราเอลแนวโน้มความสำเร็จของแผนสันติภาพของทรัมป์เริ่มมืดมนมากขึ้น หลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐขู่ว่า จะใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีฮามาส หากกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้ไม่ยอมปลดอาวุธ
“ถ้าพวกเขาไม่ปลดอาวุธ เราจะปลดอาวุธให้เอง และมันจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและอาจรุนแรง” ทรัมป์กล่าว
นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยืนยันว่า การทำสงครามจะไม่จบลงจนกว่าฮามาสจะยอมมอบอาวุธ และสละอำนาจการควบคุมฉนวนกาซา ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่ฮามาสปฏิเสธ

