รัฐบาลทรัมป์ ปลดจนท.รัฐบาล 4,108 คน จากการชัตดาวน์ บีบเดโมแครตยอมไฟเขียวงบประมาณ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สืบเนื่องจากเหตุการณ์ชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐที่ยืดเยื้อมาเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ข้อมูลล่าสุดจากเอกสารของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางสหรัฐถูกปลดไปแล้ว 4,108 รายนับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม หรือวันแรกของการชัตดาวน์
จนถึงตอนนี้ วุฒิสภาของสหรัฐยังไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณของพรรครีพับลิกันเพื่อยุติการชัตดาวน์ได้ในการลงคะแนนเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม เพราะพรรครีพับลิกันและเดโมแครตยังไม่มีจุดยืนร่วมกันในเรื่องนี้ โดยพรรคเดโมแครตยืนกรานว่าจะไม่สนับสนุนร่างงบประมาณของรีพับลิกันจนกว่าจะขยายเวลาการมอบสิทธิประโยชน์ด้านสาธารณสุขสำหรับชาวอเมริกันผู้มีรายได้น้อยซึ่งจะหมดอายุสิ้นปีนี้และจะต้องยกเลิกการตัดงบประมาณโครงการประกันสุขภาพของรัฐบาลสหรัฐ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกล่าวโทษพรรคเดโมแครตว่าเป็นต้นเหตุของการชัตดาวน์รัฐบาล และกำลังกดดันให้เดโมแครตยอมโหวตสนับสนุนร่างงบประมาณของรีพับลิกันด้วยการปลดเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางรวมถึงยกเลิกโครงการที่เป็นผลประโยชน์ของเดโมแครต
รัฐบาลสหรัฐมีการชัตดาวน์ 15 ครั้งนับตั้งแต่ปี 1981 แต่ทุกครั้งที่มีการชัตดาวน์ บรรดาเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางจะถูกพักงานหลายแสนคน ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่ปลดพนักงานครั้งใหญ่โดยให้เหตุผลว่ามาจากการชัตดาวน์
การปลดพนักงานในครั้งนี้อาจกระทบกับการดำเนินงานของรัฐบาล เช่น การสอบสวนการแพร่ระบาดของโรคและการเตรียมการเรียนการสอนในระดับมหาวิทยาลัย สหภาพพนักงานรัฐบาลกลางกำลังฟ้องร้องเพื่อให้ยกเลิกการปลดพนักงาน ทั้งนี้ กฎหมายสหรัฐระบุว่าห้ามไม่ให้หน่วยงานสหรัฐปฏิบัติงานโดยไม่ได้รับอนุมัติงบประมาณจากสภาคองเกรส ยกเว้นหน่วยงานที่มีผลต่อความมั่นคงของชาติและการบริการที่มีความสำคัญต่อชีวิตและทรัพย์สินประชาชน แต่สหภาพพนักงานรัฐบาลกลางให้เหตุผลว่าการชัตดาวน์รัฐบาลไม่สามารถใช้เป็นความชอบธรรมในการปลดพนักงานครั้งใหญ่ได้เพราะเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางส่วนใหญ่ถูกพักงานแบบไม่ได้เงินเดือน คดีฟ้องร้องดังกล่าวจะมีการพิจารณาในชั้นศาลในวันที่ 15 ตุลาคมนี้
สมาชิกสภานิติบัญญัติจากรัฐแมรีแลนด์และเวอร์จิเนียกล่าวโจมตีการปลดพนักงานครั้งใหญ่นี้ในการเดินขบวนใกล้กับทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม โดยบอกว่าการปลดพนักงานได้สร้างความเสียหายต่อครอบครัวของพนักงาน

