
กัมพูชา ทบทวนการปราบปรามค้ามนุษย์ หลังรั้งเทียร์ 3 รายงาน TIP Report 2025
สำนักข่าวขแมร์ไทมส์รายงานว่า นายซอร์ ซกคา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา เป็นประธานในการประชุมของทางกระทรวงเพื่อทบทวนการทำงานของคณะกรรมการปราบปรามการค้ามนุษย์แห่งชาติ (NCCT) ซึ่งนายซอร์ก็ดำรงตำแหน่งเป็นประธานเช่นกัน หลังรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (TIP Report) ประจำปี 2025 ของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐจัดอันดับให้กัมพูชาอยู่ในเทียร์ 3 หรือระดับล่างสุดเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน เน้นย้ำว่ากัมพูชายังล้มเหลวในการปราบปรามการค้ามนุษย์
ขแมร์ไทมส์รายงานว่า รายงาน TIP Report ของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐเน้นย้ำให้เห็นว่ามีการแสวงหาผลประโยชน์จากการค้ามนุษย์ในกัมพูชาอย่างเป็นระบบ เจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐบาลกัมพูชาได้ประโยชน์ทางการเงินจากการบังคับใช้แรงงานแก่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ หลายคนถูกบังคับให้ทำงานกับกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์เพื่อหลอกลวงชาวต่างชาติ
นอกจากนั้น สถานที่ของบุคคลที่มีเส้นสายทางการเมืองมักเป็นฐานของการก่ออาชญากรรมผิดกฎหมาย หลายคนถูกนานาชาติคว่ำบาตรแต่กฎหมายในประเทศกัมพูชาไม่สามารถเอาผิดบุคคลเหล่านี้ได้
อย่างไรก็ตาม นายทัช สุขะ โฆษกกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชาได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับวิธีการในการจัดอันดับของรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ โดยบอกว่าตัวชี้วัดที่สหรัฐใช้ยังขาดความชัดเจนและความน่าเชื่อถือ โฆษกยังกล่าวอีกว่ารัฐบาลกัมพูชาโดยเฉพาะภายใต้การนำของสมเด็จฯ ฮุน มาเนต มีความพยายามอย่างมากในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ “เราต่างสงสัยว่าทำไมกัมพูชาถึงได้คะแนนในการจัดอันดับเช่นนั้น ทั้งที่ทางการกัมพูชามีการทำงานอย่างมากเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องนี้ อาทิ จับกุมผู้กระทำความผิด ช่วยเหลือเหยื่อ และดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ” นายทัชกล่าว
นอกจากนั้น นายทัชบอกว่ากัมพูชามีความร่วมมือกับพันธมิตรระหว่างประเทศในการปราบปรามเครือข่ายการค้ามนุษย์ การทำงานเพื่อแก้ไขเรื่องดังกล่าวทำให้ผลการประเมินของ TIP Report ยากที่จะยอมรับ แต่กัมพูชาไม่ได้ปฏิเสธผลของรายงานและยังมุ่งมั่นต่อการปราบปรามการค้ามนุษย์ต่อไป
ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ประเทศสมาชิกอาเซียนที่ถูกจัดอันดับอยู่ในเทียร์ 1 หรือระดับสูงสุด ได้แก่ สิงคโปร์และฟิลิปปินส์ เทียร์ 2 ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย เวียดนาม บรูไน และเทียร์ 3 หรือระดับล่างสุด ได้แก่ กัมพูชาและลาว
