ทีมเกาหลี บุกรังสแกมเมอร์ ปรินซ์กรุ๊ป แต่ไหวตัวทันหนีก่อน ผู้เชี่ยวชาญชี้ต้องเร่งช่วยเหยื่อก่อนถูกย้าย
สแกมเมอร์ – สำนักข่าวโคเรียไทมส์ของเกาหลีใต้รายงานว่า ทีมตอบสนองร่วมของรัฐบาลเกาหลีใต้ ซึ่งนำโดยคิม จีอา รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศคนที่ 2 ของเกาหลีใต้ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบฐานปฏิบัติการไท่จื่อ ในพื้นที่แห่งหนึ่งในจังหวัดตาแก้ว ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ซึ่งเคยเป็นฐานปฏิบัติการสแกมเมอร์ที่ใหญ่ที่สุดในกัมพูชา
ทีมเจ้าหน้าที่ของเกาหลีใต้ ซึ่งมีนักข่าวร่วมเดินทางไปด้วย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบฐานปฏิบัติการสแกมเมอร์ในจังหวัดตาแก้ว ตั้งอยู่ห่างจากกรุงพนมเปญราว 40 กิโลเมตร โดยสถานที่นั้นมีเจ้าของคือ Prince Group ที่เพิ่งถูกสหรัฐและอังกฤษคว่ำบาตรไปเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม จากการฉ้อโกงและค้ามนุษย์ ฐานปฏิบัติการไท่จื่อประกอบไปด้วยอาคารสูง 4 ชั้น จำนวน 11 แห่ง สามารถรองรับอาชญากรสแกมเมอร์ได้มากกว่า 5 พันคน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ เช่น ชาวเกาหลีใต้ ที่ถูกกักขังและบังคับให้ก่ออาชญากรรมออนไลน์ หลังถูกล่อลวงมาทำงานในกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม ทีมเจ้าหน้าที่กลับไม่พบหัวหน้าแก๊งสแกมเมอร์หรือคนงาน อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ ถูกถอดออกไปจนหมด รองเลขาธิการคณะกรรมการปราบปรามออนไลน์สแกมของกัมพูชากล่าวกับทีมงานของเกาหลีใต้ว่า อาชญากรหลบหนีออกไปจากฐานปฏิบัติการก่อนที่ตำรวจจะมาถึง แม้ว่าทางตำรวจจะสืบสวนข้อมูลข่าวกรองอย่างระมัดระวัง แต่ผู้กระทำความผิดหลบหนีออกไปได้ก่อน
เจ้าหน้าที่ของเกาหลีที่ร่วมลงพื้นที่ให้ความเห็นว่ากลุ่มอาชญากรต้องได้รับข้อมูลจากตำรวจท้องถิ่นแน่นอน เพราะเป็นไปไม่ได้ที่กลุ่มอาชญากรจะหลบหนีออกไปได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ ทีมเจ้าหน้าที่เกาหลียังลงพื้นที่ฐานปฏิบัติการของกลุ่มอาชญากรรมอีก 2 แห่งใกล้กรุงพนมเปญที่ได้รับแจ้งว่ามีการล่อลวงชาวต่างชาติมาทำงานหลอกลวงทางออนไลน์ ซึ่งไม่พบผู้กระทำความผิดเช่นกัน

นอกจากนั้น สื่อเกาหลียังรายงานว่ากลุ่มอาชญากรรมออนไลน์มีการอพยพออกจากเมืองสีหนุวิลล์เช่นกัน โดยมีภาพวิดีโอขณะที่ผู้กระทำความผิดชาวจีนและเกาหลีกำลังเคลื่อนย้ายคอมพิวเตอร์และกระเป๋าเดินทางเพื่อเตรียมหลบหนีออกจากฐานปฏิบัติการ
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่านี่ไม่ใช่สัญญาณว่าการก่ออาชญากรรมในลักษณะนี้จะสิ้นสุดลง แต่เป็นการย้ายฐานปฏิบัติการไปแห่งใหม่ จนถึงตอนนี้ยังมีรายงานการลักพาตัว กักขัง และทรมานชาวต่างชาติในกัมพูชา ทำให้เชื่อว่ากลุ่มอาชญากรรมหลอกลวงไปทำงานนั้นกำลังย้ายฐานไปยังเมืองติดชายแดนอย่างปอยเปต หรือย้ายประเทศไปเมียนมา จึงเกิดความกังวลว่าชาวเกาหลีใต้ที่ยังถูกกลุ่มอาชญากรรมควบคุมตัวอยู่จะถูกเคลื่อนย้ายไปพร้อมกัน หากรัฐบาลเกาหลีใต้มีความล่าช้าในการช่วยเหลือพลเมืองที่ตกเป็นเหยื่อ กลุ่มอาชญากรรมเหล่านี้จะยิ่งหลบซ่อนตัวและจะพาตัวเหยื่อกลับมายากขึ้น
นายอ็อก แฮซิล รองประธานสมาคมเกาหลีแห่งกัมพูชา เคยร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือเหยื่อชาวเกาหลีใต้มาเป็นระยะเวลา 3 ปี ให้ความเห็นว่ามีข่าวลือว่ากลุ่มอาชญากรรมออนไลน์บางส่วนได้ย้ายไปอยู่ในเมียนมา ไทย และเวียดนาม โดยอาจนำตัวเหยื่อชาวเกาหลีใต้ไปด้วย ยิ่งปล่อยให้กลุ่มอาชญากรรมหลบซ่อนตัวนานเท่าใดก็จะยิ่งติดตามตัวได้ยาก ดังนั้น สัปดาห์นี้คือสัปดาห์สุดท้ายที่รัฐบาลเกาหลีใต้จะใช้อำนาจทางกฎหมายและช่วยเหลือเหยื่อชาวเกาหลีใต้ที่ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในตอนนี้


